FOREIGN NEWS

Walmart ทุ่มเงินกว่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อลงทุนในประเทศจีน

Walmart-บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจค้าปลีกของสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจทุ่มงบการลงทุนจำนวนมหาศาลกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ในประเทศจีนที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจำนวนมาก หลังจาก Walmart ต้องเผชิญกับคู่แข่งรายใหญ่ๆจำนวนมากภายในประเทศ รวมทั้งคู่แข่งจากธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ อย่างอเมซอน อีกด้วย
Walmart มีแผนการลงทุนทำธุรกิจค้าปลีกในประเทศจีนโดยคาดว่าจะใช้งบการลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในศูนย์กระจายสินค้าที่ประเทศจีนในอีกสองทศวรรษหน้านี้
Walmart ได้มุ่งเน้นการลงทุนที่จะพัฒนาการจัดส่งสินค้าที่มีความสด สะอาด ถูกอนามัยคุณภาพดีได้มาตรฐาน อีกทั้งราคาต้องถูกเมื่อเทียบกับคู่แข่ง และความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้า
Ryan McDaniel- หัวหน้าฝ่ายโลจิสติกส์ระหว่างประเทศของ Walmart ได้กล่าวในแถลงการณ์ว่า ” Walmart จะเพิ่มการลงทุนในด้านโลจิสติกส์ซัพพลายเชนอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้ลูกค้าชาวจีนสามารถสัมผัสได้ถึงความสดของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ซื้อจาก Walmart รวมถึงพัฒนาปรับปรุงคุณภาพงานบริการของ Walmart ให้เป็นที่ประทับใจ
Walmart ได้ลงทุนไปแล้วกว่า 700 ล้านหยวน (102 ล้านเหรียญสหรัฐ) กับการสร้างศูนย์กระจายสินค้าอาหารสดในทางตอนใต้ของจีน เนื่องจากต้องเตรียมสินค้าให้กับลูกค้าที่ซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น
บริษัทค้าปลีกซึ่งมีฐานที่ตั้งอยู่ในรัฐอาร์คันซอ ได้เริ่มทำธุรกิจในประเทศจีนตั้งแต่ปี 1996 กำลังเจอการแข่งขันจากซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นและคู่แข่งออนไลน์อย่างอาลีบาบา ซึ่งขยายกิจการมายังธุรกิจค้าปลีกในช่วงไม่กี่ปีนี้
Walmart ได้ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนอย่าง JD.com ในปี 2016 และลงทุนกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐในบริษัทจัดส่งของจีนที่มีชื่อว่า Dada-JD Daojia
Walmart ได้เติบโตจากการดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศจีน และกำลังทดสอบ “สมาร์ทซูเปอร์มาร์เก็ต” ขนาดเล็กที่ให้ลูกค้าสามารถใช้สมาร์ทโฟนของพวกเขาเป็นตัวสแกนสินค้าตอนจ่ายเงิน ซึ่งเปิดสาขาแรกในเซินเจิ้นเมื่อปีที่แล้ว
เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ Walmartมี 443 สาขาในประเทศจีน รวมถึงแบรนด์หลักอย่าง Walmart และ Sam’s Club ซึ่งเป็นบริษัทลูกและรับเฉพาะสมาชิกเท่านั้น การดำเนินธุรกิจในประเทศจีนของบริษัทนั้นทำรายได้ 10.7 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว ซึ่งน้อยกว่าหนึ่งในสิบของรายได้ระหว่างประเทศ
Doug McMillon- ซีอีโอของ Walmart ได้กล่าวในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า ” ผมมั่นใจในการตัดสินใจลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพเพียบพร้อมอย่างประเทศจีน” Walmart จะเป็นธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งแห่งภูมิภาคแห่งนี้”
แต่จีนก็ได้สร้างความบอบช้ำให้กับบริษัทค้าปลีกของสหรัฐในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ
Walmart จำเป็นต้องขึ้นราคาสินค้าหลายรายการ เนื่องจากอัตราภาษีที่สูงขึ้นของสินค้าจีน และเมื่อเดือนที่แล้ว Walmart ก็เป็นหนึ่งใน 600 บริษัทที่เขียนถึงประธานาธิบดีDonald Trump ว่าสงครามการค้าจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และเรียกร้องให้ยกเลิกการจัดเก็บภาษีสินค้าจีนที่สูงเกินไป
ประธานาธิบดี Trump กล่าวว่าในช่วงสุดสัปดาห์นี้ จะยกเลิกการจัดเก็บภาษีสินค้าจีนเพิ่มเติม หลังจากที่ตกลงกับประธานาธิบดีจีนXi Jinping ในช่วงที่หารือเกี่ยวกับข้อตกลงการค้า

ที่มา: https://edition.cnn.com/