FOREIGN NEWS

Venezuela gives a rare look at its economy. It’s an ugly, ugly picture

วิกฤตเศรษฐกิจที่ถาโถมอยู่ในประเทศเวเนซุเอลาในขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความวุ่นวายทางการเมืองของประเทศเป็นอย่างมาก
หลังจากห่างหายการเปิดเผยข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจให้แก่สาธารณชนทราบเป็นเวลายาวนานกว่า 3 ปี ธนาคารกลางของประเทศเวเนซุเอลา ก็ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเป็นครั้งแรกเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ประเทศกำลังตกอยู่ในสภาวะของเศรษฐกิจที่หดตัวอย่างหนักโดยดูจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศจากช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี คศ. 2018 ที่เศรษฐกิจได้หดตัวถึง 22.5 % ซึ่งมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
บันทึกของธนาคารแสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศนั้นลดลงตั้งแต่ต้นปี 2014 ซึ่งมีการหดตัวถึง 52% ในไตรมาสที่สามของปี 2013 จนถึงไตรมาสที่สามของปี 2018 นั่นหมายความว่า เศรษฐกิจของประเทศเวเนซุเอลานั้นมีขนาดที่ลดลงไปถึงครึ่งหนึ่งภายในห้าปี
ข้อมูลล่าสุดที่ถูกเปิดเผยออกมานั้น อัตราเงินเฟ้อของประเทศเวเนซุเอลาได้พุ่งสูงขึ้นมาแตะระดับอยู่ที่ 130,060 % ซึ่งถือว่าอยู่ในสภาวะการณ์ที่วิกฤตและส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จากการที่ประเทศเวเนซุเอลา ต้องเผชิญกับสภาพเงินเฟ้ออย่างรุนแรงและต่อเนื่องเป็นระยะเวลาติดต่อกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าสกุลเงินของประเทศมีมูลค่าตกลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความสามารถในการจ้างงานของผู้ประกอบการก็ได้ลดน้อยถอยลงอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน ประชาชนทั้งประเทศเกิดความรู้สึกท้อแท้ หมดหวัง มองไม่เห็นแสงสว่างจากการบริหารประเทศของประธานาธิบดีคนปัจจุบัน
อัตราเงินเฟ้อได้รับการเปิดเผยเมื่อวันอังคารนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศเวเนซุเอลา แต่ยังเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าการรายงานในครั้งก่อนจากรัฐสภาที่ถูกควบคุมโดยฝ่ายค้านซึ่งตอนนั้นตัวเลขอยู่ที่เกือบ 1,700,000%
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ได้ประมาณการภาวะเงินเฟ้อของประเทศเวเนซุเอล่าในปีที่ผ่านมาว่าอยู่ที่ 929,797% (ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่างจาก สองหน่วยงานภายในของเวเนซุเอลา)แต่หากมาเปรียบเทียบกับประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา จะเห็นได้ว่าสหรัฐอเมริกานั้นมีตัวเลขเงินเฟ้ออยู่ที่ราวๆ 2% เท่านั้นเอง
ข้อมูลของธนาคารกลางแห่งประเทศเวเนซุเอลา ได้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่ามูลค่าการส่งออกน้ำมันที่ถือได้ว่าเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศนั้นได้ทำสถิติที่ลดลงอย่างฮวบฮาบและอย่างต่อเนื่องโดยใน ปี คศ. 2013 การส่งออกน้ำมันมีมูลค่าอยู่ที่ 85 พันล้านเหรียญสหรัฐ และลงลดมาอยู่ที่ 35 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี คศ.2015 และลดลงมาต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศในปีที่ผ่านมาโดยเหลือมูลค่าการส่งออกนำ้มันอยู่เพียง 30 พันล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น
เวเนซุเอลามีปริมาณน้ำมันสำรองมากกว่าประเทศอื่น ๆ แต่กลับผลิตน้ำมันได้ลดลงในช่วงหลายปีต่อมา ซึ่งเป็นช่วงที่มีการลงทุนลดลงและเกิดวิกฤตการณ์ในประเทศ ปริมาณการผลิตน้ำมันนั้นลดลงก่อนที่สหรัฐอเมริกาจะประกาศคว่ำบาตรต่ออุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาเมื่อต้นปีนี้ ประเทศสหรัฐ ถือได้ว่าเป็นลูกค้าส่งออกนำ้มันรายใหญ่ที่สุดของประเทศเวเนซุเอลาเลยทีเดียว แต่หลังจากที่ประเทศสหรัฐได้พยายามกดดันให้ผู้นำประเทศเวเนซุเอลา ลงจากตำแหน่งโดยการคว่ำบาตร ไม่ซื้อน้ำมันจากประเทศนี้อีกต่อไป ได้ส่งผลให้ประเทศเวเนซุเอลาต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชน และความวุ่นวายทางการเมืองที่ได้ถาโถมอย่างหนักอยู่ภายในประเทศเวเนซุเอลา
รายงานจากหลายแห่งได้ยืนยันตามการวิจัยก่อนหน้านี้ที่จัดทำโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกที่มีการบันทึกถึงการล่มสลายของเศรษฐกิจของประเทศเวเนซุเอลา
ธนาคารกลางไม่ได้ทำการเปิดเผยข้อมูลล่วงหน้า และรัฐบาลของประธานาธิบดี Nicolás Maduro ก็ไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับสาเหตุที่ตัวเลขหรือข้อมูลทางเศรษฐกิจถูกเผยแพร่ออกมา

ที่มา: https://edition.cnn.com/