FOREIGN NEWS

Starbucksเพิ่มเมนูเครื่องดื่มฟักทองเครื่องเทศ ลงไปในเมนูสำหรับฤดูใบไม้ร่วง

Starbucks ขายเมนูเครื่องดื่ม Pumpkin Spice Latte เกือบครึ่งพันล้านแก้วในช่วงสิบปีที่ผ่านมา และปีนี้หวังว่าจะทำให้ผู้ที่ชื่นชอบพึงพอใจในเครื่องดื่ม Pumpkin Spice Latte ด้วยเมนูใหม่
โดยจะเริ่มขายเมนูเครื่องดื่ม Pumpkin Cream Cold Brew ตั้งแต่วันอังคารเป็นครั้งแรก นอกเหนือจากเมนูPumpkin Spice Latte ซึ่งช่วยดึงดูดลูกค้าขาประจำที่ชื่นชอบในกาแฟยี่ห้อนี้
เครื่องดื่มใหม่ประจำฤดูใบไม้ร่วงที่แสนอร่อย ได้ผสมผสานรสชาติของฟักทองเครื่องเทศและกาแฟสกัดเย็นเข้าด้วยกัน ทางบริษัทกล่าวว่า มันเป็นเครื่องดื่มที่ราดด้วยวิปครีมฟักทอง และโรยหน้าด้วยฟักทองเครื่องเทศ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 4.45 เหรียญสหรัฐสำหรับขนาดGrande แต่ราคาอาจจะแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับสาขา
เครื่องดื่มเย็นของStarbucks กำลังเป็นที่นิยม ซึ่งคิดเป็นจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายของบริษัทเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้น 13% จากปี 2013 จากผลประกอบการล่าสุดStarbucksให้เครดิตกับเครื่องดื่มเย็น เช่น กาแฟสกัดเย็น ที่ช่วยเพิ่มกำไรอย่างมาก และช่วยกระตุ้นยอดขายในช่วงบ่าย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นจุดอ่อนสำหรับบริษัท
เครื่องดื่มสกัดเย็นแบบใหม่สามารถดึงดูดลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ซึ่งเมนู Pumpkin Cream Cold Brew ขนาด 16 ออนซ์มี 250 แคลอรี่และน้ำตาล 31 กรัมในขณะที่เมนู Pumpkin Spice Latte ขนาดเดียวกันมี 380 แคลอรี่และน้ำตาล 50 กรัม
นอกเหนือจากสองเมนูเครื่องดื่มใหม่แล้ว ในวันอังคารStarbucks จะนำเมนู Salted Caramel Mocha และเมนูขนมอบรสฟักทอง รวมถึงสโคนฟักทอง และมัฟฟินครีมชีสฟักทอง กลับมาด้วย
ความนิยมในฟักทองเครื่องเทศไม่ได้ชะลอตัวลงแต่อย่างใด ยอดขายสินค้าที่มีรสฟักทองเพิ่มขึ้นเกือบ 5% ในปี 2018 เป็น 511.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามข้อมูลใหม่ของบริษัท Nielsen ที่ให้กับซีเอ็นเอ็นธุรกิจ
เมนูเครื่องดื่มเย็นซึ่งเป็นเมนูใหม่ของStarbucksมักจะออกมาตามฤดูกาล แต่ดูเหมือนว่าฤดูฟักทองเครื่องเทศเริ่มต้นเร็วกว่าทุกปี ในขณะที่อากาศยังคงร้อนอยู่ แต่ทางบริษัทบอกกับซีเอ็นเอ็นธุรกิจว่าฤดู Pumpkin Spice Latte นั้นเริ่มต้นเร็วกว่าปีก่อนเพียงแค่วันเดียว
ส่วนคู่แข่งอย่าง Dunkin’ เปิดตัวเมนูสำหรับฤดูใบไม้ร่วงออกมาในช่วงกลางเดือนสิงหาคม ในปีนี้Dunkin’ ได้เพิ่มเมนูโดนัทแอปเปิ้ลไซเดอร์ และเมนูเครื่องดื่ม Cinnamon Sugar Pumpkin Signature Latte

ที่มา: https://edition.cnn.com/