FOREIGN NEWS

Samsung เตือนว่า ผลกำไรของบริษัทลดลง 56% เพราะปัญหาจากชิปหน่วยความจำและสมาร์ทโฟน

ความต้องการเมมโมรี่ชิปและสมาร์ทโฟนลดฮวบ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่ายมือถือยักษ์ใหญ่สัญชาติเกาหลีใต้อย่างซัมซุงทันที ทำกำไรหดกว่า 56%
ซัมซุง แจ้งนักลงทุน” ในช่วงไตรมาสที่สองของปี ซัมซุงทำกำไรได้ลดลงกว่า 56% เป็นผลสืบเนื่องจากความต้องการ/อุปสงค์ของตลาดเมมโมรี่ชิป และสมาร์ทโฟนนั้นซบเซาอย่างหนักเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนๆ “
ซัมซุง – บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของประเทศเกาหลีใต้ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า” ซัมซุงได้ตั้งเป้าทำกำไรที่ 5.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้แต่ปัจจัยภายนอกของปีนี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรงอย่างหนักต่อผลประกอบการของซัมซุง ทำให้ผลประกอบการของปีนี้ทำกำไรลดฮวบหายไปกว่า 12.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว”
ซัมซุง ยังใจชื้นที่บริษัทเองมีรายได้จากผลประกอบการต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่รายได้ที่เข้ามาจริงนั้นก็สูงกว่าที่เหล่าบรรดานักวิเคราะห์จากสำนักต่างๆ ได้ปรามาศว่าซัมซุงจะมีผลประกอบการต่ำกว่านี้อีกหลายขุม แต่ก็ต้องขอขอบคุณธุรกิจดิสเพลย์สกรีนที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับซัมซุง เนื่องจากซัมซุงเองก็ทำธุรกิจจัดทำดิสเพลย์สกรีนให้กับมือถือหลายค่าย อาทิเช่น ค่าย Apple เป็นต้น
ผลกำไรของซัมซุงเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีที่แล้ว แต่เนื่องจากธุรกิจหน่วยความจำที่ซบเซา ทำให้กำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาสที่แล้วลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2016 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมาร์ทโฟน Galaxy Note 7 ระเบิดและเกิดไฟไหม้
Rick Seo นักวิเคราะห์จากธนาคาร HSBC ได้เขียนบทความวิเคราะห์ให้กับนักลงทุนว่า” การที่มีอุปทานมากเกินกว่าอุปสงค์ และประกอบกับการชะลอตัวของอุปสงค์ในตัวสินค้าเมมโมรี่ชิป ได้ทำให้ซัมซุงต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก”
นักวิเคราะห์ จากบริษัทโบรกเกอร์อย่าง บริษัท Daiwa Capital Markets ได้เขียนบทความไว้ว่า ” การที่บริษัทซัมซุงได้เปิดตัวมือถือตัวท็อปรุ่นล่าสุดอย่าง Samsung Galaxy S10 ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับซัมซุงเลย และแน่นอนว่าผลประกอบการในไตรมาสปัจจุบันดูจะไม่ค่อยสดใสและคงจะไม่ต่างจากไตรมาสก่อนเท่าใดนัก”
Samsung เป็นบริษัทที่ขายสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดในโลก แล้วยังมีธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นธุรกิจผลิตส่วนประกอบสำคัญให้กับอุปกรณ์ของบริษัทคู่แข่ง และกำลังเร่งทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์เครือข่าย 5G
นั่นทำให้บริษัทSamsungกลายเป็นทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ที่มีศักยภาพ จากปัญหาที่ Huawei ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของโลกและผู้ขายสมาร์ทโฟนอันดับ 2 ของโลกกำลังเผชิญหน้าอยู่
หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้สั่งขึ้นบัญชีดำทางการค้ากับบริษัทหัวเว่ยของจีนในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทสัญชาติอเมริกันทุกบริษัทห้ามทำการขายเทคโนโลยีรวมทั้งชิ้นส่วนประกอบสำคัญๆ ให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่างหัวเว่ย หลังจากที่มีคำสั่งนี้ออกมาในช่วงเดือนพฤษภาคม ส่งผลกระทบทันทีทำให้ยอดขายสมาร์ทโฟนในต่างแดนของหัวเว่ยลดลงไปกว่า 40 %
ประธานาธิบดีDonald Trump ได้ปรับเปลี่ยนและลดข้อจำกัดทางการค้าของบริษัทจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ก็ยังคงไม่ชัดเจนว่าสินค้าชนิดไหนที่บริษัทอเมริกันจะสามารถจัดหาให้กับบริษัท Huawei ได้
SK Kim นักวิเคราะห์จากบริษัทโบรกเกอร์อย่าง Daiwa Capital Markets ได้กล่าวว่า” บริษัทหัวเว่ยอาจมีส่วนในการช่วยกระตุ้นยอดขายเมมโมรี่ชิปได้ในช่วงไตรมาสที่2 ของปีนี้ เนื่องจากหัวเหว่ยมีเมมโมรี่ิชิปเก็บไว้ในคลังสินค้ามากมายพอดู แต่ถึงกระนั้นก็ตามหลังจากที่สหรัฐออกประกาศขึ้นบัญชีดำทางการค้ากับหัวเว่ย ส่งผลกระทบต่อความต้องการสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยในทันที และคาดว่าผลจากคำสั่งนี้จะทำให้หัวเว่ยมียอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัดไปอีกหลายเดือนเลยทีเดียว”
นั่นจะสร้างแรงกดดันมากขึ้นให้กับผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ เช่น Samsung ให้ปรับลดราคาลง
Kim ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ” หลังจากที่สหรัฐประกาศคว่ำบาตรทางการค้ากับค่ายมือถือยักษ์ใหญ่สัญชาติจีนอย่างหัวเว่ย น่าจะทำให้ซัมซุง ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้มีแนวโน้มที่สดใสทางการค้ามากยิ่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อย่างแน่นอน” Samsungคาดว่าจะรายงานผลประกอบการโดยรวมได้ในช่วงสิ้นเดือนนี้
ที่มา: https://edition.cnn.com/