FOREIGN NEWS

Luckin Coffee ไล่ซีอีโอและซีโอโอออกหลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับบัญชี

Luckin Coffee ไล่ซีอีโอออกหลังจากที่บริษัทสัญชาติจีนที่เป็นคู่แข่งของStarbucksตรวจพบถึงการตกแต่งตัวเลขของยอดขาย

Jenny Zhiya Qian – ซีอีโอ ของLuckin Coffee ได้ถูกสั่งปลดให้พ้นสภาพการเป็นผู้บริหารของ Luckin Coffee ได้พร้อมๆ กับผู้ร่วมขบวนการอย่าง Jian Liu – ซีโอโอ ของ Luckin Coffee ไปเมื่อวันจันทร์ ด้วยข้อหาสมคบคิดปลอมแปลงตกแต่งบัญชี บริษัท Luckin Coffee ได้ยื่นเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในช่วงเช้าของวันอังคารทันที 

Luckin เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 เมษายนว่าได้สั่งพักงาน Jian Liu หลังจากพบว่า Jian Liu – ซีโอโอ และลูกน้อง สายตรงของเขาหลายรายนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด รวมไปถึงการตกแต่งตัวเลขในการทำธุรกรรม ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 2.2 พันล้านหยวน (ประมาณ 310 ล้านเหรียญสหรัฐ) จากไตรมาสที่สองถึงไตรมาสที่สี่ของปีที่แล้ว

Jinyi Guo รองประธานอาวุโสและคณะกรรมการฝ่ายบริหาร ถูกตั้งให้เป็นซีอีโอคนใหม่

นักลงทุนหลายรายชื่นชอบหุ้นของ Luckin ตั้งแต่แรกเริ่ม หุ้นของLuckin เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาในเดือนพฤษภาคม 2019 และมีรายรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก และดูเหมือนจะสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดไปจาก Starbucks ในประเทศจีน จนถึงสิ้นปีที่แล้วบริษัทมีสาขา 3,680 แห่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 200% จากปีที่แล้ว

ต่ออนาคตของบริษัทยังคงถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย หุ้นของ Luckin ถูกหยุดพักการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq เมื่อวันที่ 6 เมษายน หลังจากบริษัทถูกเปิดเผยรายได้ที่สูงเกินจริงเป็นครั้งแรก ส่งผลให้ราคาหุ้นลดลง 75% ในช่วงต้นเดือนเมษายนจากข่าวการสอบสวนทางบัญชี และหยุดทำการซื้อขายนับตั้งแต่นั้นมา

มีข่าวลือหนาหูว่าในที่สุดแล้วหุ้นของบริษัทจะถูกเพิกถอนจากตลาดหลักทรัพย์ และ Luckin ก็อาจถูกฟ้องล้มละลายได้

ถึงกระนั้นผู้บริโภคชาวจีนบางคนก็ยังคงให้การสนับสนุน Luckin โดย Apptopia บริษัทด้านการวิเคราะห์ข้อมูลบนมือถือ บอกกับซีเอ็นเอ็นธุรกิจเมื่อเดือนที่แล้วว่า การดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Luckin บนระบบ iOS ของApple ทำสถิติสูงสุดทุกวันหลังจากบริษัทเปิดเผยความผิดปกติทางบัญชี และ Quartz รายงานเมื่อต้นเดือนนี้ว่ามีการออกมาให้การสนับสนุน Luckin อย่างมากในหมู่ผู้บริโภคชาวจีนในเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังอย่าง Weibo

หุ้นของ Luckin ซื้อขายที่ราคา 4.39 เหรียญสหรัฐต่อหุ้นก่อนที่จะหยุดทำการซื้อขาย นั่นก็คือต่ำกว่า 75% ของราคา IPO ที่อยู่ที่ 17 เหรียญสหรัฐ และลดลงมากกว่า 90% จากราคาสูงสุดในเดือนมกราคมที่สูงกว่า 51 เหรียญสหรัฐ

ที่มา: https://edition.cnn.com/