FOREIGN NEWS

How 5G will change the future of farming

ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของ 5G นั้น ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกภาคส่วนของวงการอุตสาหกรรมเลยทีเดียว ไม่เว้นแม้กระทั่งอุตสาหกรรมที่อยู่มายาวนานที่สุดของโลก อย่างอุตสาหกรรมในภาคการเกษตร
ด้วยประสิทธิภาพของ 5G ที่โด่ดเด่นเกินใคร เนื่องจาก 5G นั้นสามารถทำความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลได้ในปริมาณมากๆ เหนือเครือข่ายอื่นใดที่มีอยู่ทั้งหมดในเวลานี้ที่ว่าเร็วนั้น เร็วขนาดไหนกันล่ะ 5G นั้นสามารถทำความเร็วได้ราวติดจรวดเลยก็ว่าได้ เพราะว่ามันสามารถทำความเร็วได้มากกว่าระบบเครือข่าย 4G ถึง 100 เท่าเลยทีเดียว ใช่แล้ว คุณได้ยินไม่ผิดหรอก
5G นั้นเป็นเทคโนโลยีในอุดมคติของใครต่อใครในเวลานี้ เนื่องจากด้วยเครือข่ายของ 5G เอง นั้นสามารถส่งข้อมูลจากระบบเซ็นเซอร์ที่อยู่ห่างไกล หรือจากการส่งข้อมูลจากโดรน ได้เป็นอย่างดีและรวดเร็ว ซึ่งทั้งสองอุปกรณ์นี้ได้ผ่านการทดสอบและตรวจสอบโดยกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้งานจริง ว่ามันสามารถช่วยทำให้งานในฟาร์มนั้นสามารถบริหารจัดการเองได้แบบอัตโนมัติ
ประเทศเนเธอร์แลนด์ นั้นก็ได้นำเทคโนโลยีเครือข่าย 5G มาใช้กับโดรน เพื่อช่วยในเรื่องการพัฒนาปรับปรุงการผลิตมันฝรั่ง ส่วนประเทศญี่ปุ่นได้มีการนำเทคโนโลยีเครือข่าย 5Gมาใช้กับอุปกรณ์เซ็นเซอร์เพื่อช่วยในการตรวจวัดอุณหภูมิของน้ำ และความเข้มข้นของเกลือในฟาร์มหอยนางรม
ประเทศอังกฤษ ได้ริเริ่มโครงการ 5G RuralFirst โดยการเปิดตัวแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่มีชื่อว่า Me+Moo ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แอพพลิเคชั่น Me+Moo นี้จะช่วยให้เกษตรกรสามารถทราบข้อมูลด้านสุขภาพ และพฤติกรรมของวัว(ที่ได้มีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไว้แล้ว)เป็นรายวันอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาปรับปรุงและพัฒนาให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป
ตอนนี้กำลังทำการทดสอบกับวัวที่ Agri-Epi Centre ในเมือง Somerset ประเทศอังกฤษ ซึ่งได้รับทุนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร และได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเทคโนโลยี อย่าง Cisco วัวที่สวมปลอกคอที่ได้รับการเชื่อมต่อกับเครือข่าย 5G จะส่งข้อมูลทุกอย่างไปยังแอพพลิเคชั่นนี้ ตั้งแต่สิ่งที่วัวกินเข้าไปจนถึงวิธีการนอน ซึ่งเกษตรกรสามารถดูข้อมูลได้ทันทีและสามารถส่งต่อไปยังสัตวแพทย์ได้ทันที
Duncan Forbes ผู้จัดการโครงการกล่าวว่า สิ่งนี้สร้างความอุ่นใจได้ว่า วัวที่เลี้ยงนั้นมีความสุข แข็งแรง และมีพฤติกรรมที่เป็นปกติ นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่นยังมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า หากวัวกำลังป่วย หรือกำลังตั้งครรภ์ หรือต้องตรวจร่างกาย
ผู้เผยแพร่นวัตกรรมองค์กร ได้ให้เหตุผลว่าเครือข่าย 5G นั้นสามารถช่วยในเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่การเกษตรที่กว้างใหญ่ ซึ่งยากต่อการดูแลได้อย่างทั่วถึง โดยการนำเทคโนโลยีเครือข่าย5G มาช่วยภาคการเกษตรเพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว เพื่อให้เข้าถึงทุกพื้นที่การเกษตรราวกับคุณได้มาเดินสำรวจทุกพื้นที่ด้วยตนเองเลยก็ว่าได้
เทคโนโลยีสามารถช่วยให้ระบบชลประทานเปิด-ปิดได้ในเวลาที่เหมาะสมในแต่ละวัน หรือช่วยให้ฝูงปศุสัตว์กินหญ้าอยู่ในพื้นที่ที่มีสารอาหารที่ดีที่สุด เมื่อมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ ก็เป็นไปได้ที่จะมีการเพิ่มการผลิตอาหารให้มากยิ่งขึ้น
ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างความแตกต่าง เทคโนโลยีเครือข่าย 5G จะเริ่มมีการติดตั้งและใช้งาน ในพื้นที่ชนบทเป็นที่แรก ก่อนที่พัฒนาต่อยอดต่อไป
องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติคาดการณ์ว่า ในปี 2050 เราจะต้องผลิตอาหารเพิ่มขึ้นถึง 70% จากที่เคยผลิตได้ในปี 2009 เพื่อรองรับจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว “เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในปริมาณอาหารที่เพิ่มขึ้น เกษตรกรจะต้องนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ เพื่อผลิตอาหารในพื้นที่ที่จำกัดและใช้แรงงานจำนวนน้อยลง” จากรายงานฉบับหนึ่งขององค์การ นั่นคือสิ่งที่ทำให้ระบบอัตโนมัติเข้ามามีบทบาทในภาคการเกษตร
ในปี 2017 โครงการหนึ่งในโครงการ 5G RuralFirst กลายเป็นโครงการแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จในการปลูกพืชและเก็บเกี่ยวโดยไม่ต้องใช้แรงงานมนุษย์ในฟาร์มเลยด้วยซ้ำ รถไถที่สามารถทำการหว่านเมล็ดได้เอง โดยมีโดรนที่ติดตั้งเซ็นเซอร์คอยตรวจสอบพืชผล และยังมีเครื่องจักรขนาดเล็กที่นำตัวอย่างไปประเมินว่าจะต้องใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงชนิดใดกับส่วนใดของฟาร์มอีกด้วย
โครงการนี้มีชื่อว่า Hands-Free Hectare ซึ่งได้รายงานการความสำเร็จจากการเก็บเกี่ยวพืชผลอีกครั้งในปี 2018 และตอนนี้กำลังดำเนินการต่อไป โดยใช้เทคโนโลยีเครือข่าย 5G เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการฉีดพ่นพืชผลทางอากาศ

ที่มา: https://edition.cnn.com/