FOREIGN NEWS

Alibaba ตัดสินใจเลื่อนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง

เหตุประท้วงยืดเยื้อในฮ่องกง ทำอาลีบาบา – ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ชของจีนต้องชะลอแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงออกไป อย่างไม่มีกำหนดสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า อาลีบาบา – ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ชของจีน ตัดสินใจชะลอแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ประเทศฮ่องกง ออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด หลังจากที่มีการชุมนุมประท้วงยืดเยื้อมานานกว่า 11 สัปดาห์ และที่นี่ถือได้ว่าจะเป็นตลาดหุ้นแห่งที่ 2 ของยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ชของจีนอย่างอาลีบาบาที่สนใจจะเข้ามาระดมเม็ดเงินลงทุนในการต่อยอดขยายธุรกิจ ซึ่งอาลีบาบานั้นก็เคยประสบความสำเร็จมาแล้วครั้งเมื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ไปเมื่อหลายปีก่อนนอกจากนี้ ทางสำนักข่าวรอยเตอร์ ยังได้ประมาณการว่า หากอาลีบาบา เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ประเทศฮ่องกงเมื่อใดแล้วล่ะก็ จะมีกระแสเงินลงทุนหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมหาศาลไม่ต่ำกว่า 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐกันเลยทีเดียว ซึ่งกำหนดการเดิมก่อนที่จะมีการเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด นั้นคือช่วงเดือนสิงหาคม 2562มีแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้อีก 2 แห่ง ได้ออกมาเปิดเผยถึงมูลเหตุที่ทำให้ อาลีบาบา ต้องเลื่อนกำหนดการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ฮ่องกงออกไปอย่างไม่มีกำหนดทั้งๆ ที่ตั้งใจจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ประเทศฮ่องกงอยู่แล้วในเดือนสิงหาคม 2562 นี้ ก็มาจาก 2 ประเด็นหลักๆ คือ เรื่องปัญหาความมั่นคงทางการเงิน และเรื่องปัญหาทางการเมืองที่มีประชาชนหลั่งไหลมาร่วมเดินขบวน ชุมนุมประท้วง อย่างไม่ขาดสายตลอดช่วง 11 สัปดาห์ที่ผ่านมาในประเทศฮ่องกงนั่นเองสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นบิสซิเนส ได้สอบถามไปที่อาลีบาบา ถึงกรณีที่มีข่าวลือทางการตลาดเข้ามามากมายนั้น ทางอาลีบาบา มีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งอาลีบาบา ขอไม่แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ ได้มีการคาดการณ์ว่า อาลีบาบา

Read more
FOREIGN NEWS

เกาหลีใต้ลดระดับความสัมพันธ์ทางการค้ากับญี่ปุ่น

ประเทศเกาหลีใต้ถอดรายชื่อประเทศญี่ปุ่นออกจากบัญชีรายชื่อประเทศคู่ค้าที่ได้รับความไว้วางใจเพื่อเป็นการตอบโต้ญี่ปุ่นบ้าง หลังจากที่ประเทศทั้งสองเคยมีเรื่องบาดหมาง ความเจ็บแค้นที่ถูกกระทำไว้ จึงไม่ค่อยจะลงรอยกันตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ซึ่งในปัจจุบันการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศทั้งสองนั้น ดูจะยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นและแน่นอนว่า ผลกระทบจากการกีดกันทางการค้านี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานโลกของเหล่าบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีSung Yun-mo – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของเกาหลีใต้ ได้ออกแถลงการณ์ว่า ” ประเทศเกาหลีใต้ จะถอดรายชื่อประเทศญี่ปุ่นออกจากบัญชีรายชื่อประเทศคู่ค้าที่ได้รับความไว้วางใจ มาอยู่ในบัญชีเริ่มต้นใหม่” โดยทางเกาหลีใต้ให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นการตอบโต้ที่ญี่ปุ่นได้กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดหลักการขั้นพื้นฐานในเรื่องการควบคุมการส่งออกสินค้ามายังประเทศเกาหลีใต้การที่ประเทศญี่ปุ่นได้ทำการลดระดับความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศเกาหลีใต้นั้น ได้ส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้ส่งสินค้าออกจากประเทศเกาหลีใต้จะต้องผ่านกระบวนการด้านเอกสารในการส่งสินค้าออกเพื่อนำเข้าประเทศญี่ปุ่นในหลายขั้นตอนจากเดิม, ระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติก็ใช้เวลาเนิ่นนานมากยิ่งขึ้น รวมทั้งอายุของใบอนุญาตก็ถูกจำกัดให้มีระยะเวลาสั้นยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ทางการของเกาหลีใต้ไม่ได้ออกมาเปิดเผยว่า เป็นสินค้าประเภทใดที่ได้รับผลกระทบไปเต็มๆจากมาตรการกีดกันทางการค้าของญี่ปุ่นที่มีต่อเกาหลีใต้Sung Yun-mo – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของเกาหลีใต้ ยังได้ออกมาเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ” ประเทศเกาหลีใต้นั้นก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไร หากทางการของประเทศญี่ปุ่น จะยื่นเรื่องขอนัดเจรจาหรือหารือกับประเทศเกาหลีใต้ในเรื่องใดๆ ก็ตาม ทางการเกาหลีใต้ก็เปิดกว้างที่จะให้มีการเจรจา หากมีการร้องขอเข้ามาจริง”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของเกาหลีใต้ กล่าวถึงการตัดสินใจที่เกิดขึ้นนั้นมันสืบเนื่องมาจากผลของการหารือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาและ ” นั่นไม่ใช่เป็นมาตรการเพื่อโต้กลับไปยังทางการของประเทศญี่ปุ่นที่มีการออกและบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ไปเมื่อเร็วๆ นี้”Sung Yun-mo ได้อ้างอิงถึงกรณีที่ทางการญี่ปุ่นได้ทำการลดระดับความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศเกาหลีใต้ลง ” จากระดับประเทศคู่ค้าที่ได้รับความไว้วางใจ” ลงมาเหลือเพียง ” ระดับประเทศคู่ค้าที่น่าสนใจ” เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งทางการญี่ปุ่นเองก็อ้างเหตุผลว่าเพื่อให้ประเทศเกาหลีใต้นั้นได้รับการปฎิบัติที่เท่าเทียมกันกับประเทศต่างๆ ในอาเซียนก็เท่านั้นเองจากความเปราะบางในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเกาหลีใต้ กับประเทศญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน จึงเปรียบเสมือนกองไฟที่พร้อมจะปะทุได้ตลอดเวลา

Read more
FOREIGN NEWS

ประธานาธิบดี Donald Trump เลื่อนการเดินทางไปเยือนเดนมาร์ค หลังจากถูกนายกรัฐมนตรีเดนมาร์กปฏิเสธที่จะขายเกาะกรีนแลนด์ให้

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เลื่อนกำหนดการเดินทางเยือนประเทศเดนมาร์กอย่างเป็นทางการออกไปอย่างไม่มีกำหนด หลังถูกนายกรัฐมนตรีของเดนมาร์ก ปฎิเสธที่จะหารือในเรื่องที่สหรัฐตั้งใจจะมาเจรจาขอซื้อเกาะกรีนแลนด์ ( ดินแดนปกครองตนเอง ของประเทศเดนมาร์ก)ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านทวิตเตอร์ของประธานาธิบดี โดยระบุว่า ” ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ได้เลื่อนกำหนดการเดินทางเยือน กรุงโคเปนเฮเกน ออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด หลังจากที่นายกรัฐมนตรีของเดนมาร์ก โต้เรื่องที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สนใจจะขอซื้อเกาะกรีนแลนด์ ว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระ”นอกจากนี้ในแถลงการณ์บนทวิตเตอร์เมื่อคืนวันอังคาร( 20 สิงหาคม 2562)ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า ” ประเทศเดนมาร์กนั้นเป็นประเทศที่มีความวิเศษมากประเทศหนึ่ง รวมทั้งประชากรในประเทศก็เยี่ยมยอดด้วยเช่นกัน แต่จากการแสดงความคิดเห็นของผู้นำประเทศอย่างนายกรัฐมนตรีของประเทศเดนมาร์ก ที่ระบุว่า เธอนั้นไม่มีความสนใจที่จะหารือในหัวข้อ การซื้อขายเกาะกรีนแลนด์กับทางประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้นผมจึงขอเลื่อนกำหนดการเดินทางเยือนประเทศเดนมาร์กอย่างเป็นทางการที่กำหนดจะมีขึ้นในอีก 2 สัปดาห์หน้าออกไปก่อน อย่างไม่มีกำหนด”ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า ” ท่านนายกรัฐมนตรีของเดนมาร์ก สามารถช่วยประเทศชาติประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากทีเดียว จากการที่ยังไม่ต้องจัดการต้อนรับทีมคณะผู้บริหารของทางสหรัฐ รวมทั้งด้วยความที่เป็นคนตรงไปตรงมาของผู้นำทั้งสองประเทศ ผมต้องขอขอบคุณเธอไว้ ณ ที่นี้ด้วย และหวังว่าผู้นำของทั้งสองประเทศคงจะได้นัดวันหารือร่วมกันใหม่อีกครั้ง ในอนาคตต่อไป”มีหลายครั้งที่ประธานาธิบดีDonald

Read more
FOREIGN NEWS

แม้จะมีสัญญาณภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจปรากฏให้เห็น แต่ชาวอเมริกันยังคงออกมาจับจ่ายซื้อของที่ห้าง Walmart

ถึงแม้ว่าสหรัฐจะเริ่มฉายแววให้เห็นอยู่รำไรๆ ว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาเองนั้นก็มีปัจจัยความเสี่ยงที่จะเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย แต่ประชาชนชาวอเมริกันยังคงเลือกซื้อสินค้าในชีวิตประจำวันที่วอลมาร์ทกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งไม่ขาดสายหลังจากที่ตลาดหุ้นวอลสตรีทเปิดตลาด ทำราคาหุ้นดิ่งหนักไปหลายร้อยจุดเนื่องจากนักลงทุนยังมีความวิตกกังวลอย่างมากที่เศรษฐกิจของสหรัฐจะเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอย ไม่ว่าจะมาจากปัจจัยผลตอบแทนของพันธบัตร หรือแม้แต่เรื่องสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนที่ดูท่าจะยืดเยื้อไปอีกนาน ทางวอลมาร์ทได้ออกโรงเตือนนักลงทุนให้ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล ข่าวสารต่างๆ อย่างละเอียด อย่าได้ตื่นตระหนกไปกับกระแสข่าวที่มีความอ่อนไหวต่างๆWalmart ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดหุ้น Dow Jones และเป็นตัวชี้วัดการใช้จ่ายของผู้บริโภคกล่าวไว้เมื่อวันพฤหัสบดีว่า ยอดขายในร้านค้าปลีกขนาดยักษ์ของสหรัฐเพิ่มขึ้น 2.8% ในช่วงไตรมาสล่าสุดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว Walmart ออกมาให้ข้อมูลของผลประกอบการของบริษัทที่ส่งสัญญาณที่ดีเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของธุรกิจในช่วงเวลาที่เหลือของปีในช่วงเช้าของการเปิดตลาด ( 15 สิงหาคม 2562) ราคาซื้อขายหุ้นวอลมาร์ทได้ปรับตัวสูงขึ้น 5 % เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของอเมริกาอย่าง วอลมาร์ท ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลผลประกอบการของบริษัท รวมทั้งยอดขายที่ดีดตัวสูงขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงเดือนกรกฎาคม 2562 จะทำให้นักลงทุนกลับมามีความเชื่อมั่นอีกครั้งว่า กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อยังมีอยู่มาก และมั่นใจที่จะเลือกซื้อสินค้าและบริการจาก วอลมาร์ทBrett Biggs – ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน ของ วอลมาร์ท ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาว่า ” ฐานลูกค้าของวอลมาร์ทนั้นล้วนแล้วแต่เป็นฐานลูกค้าที่มีศักยภาพ, มีเสถียรภาพมั่นคงทางการเงินจึงทำให้วอลมาร์ท มีความมั่นใจเป็นอย่างมากต่อธุรกิจค้าปลีกที่ดำเนินอยู่ รวมทั้งวอลมาร์ทเองก็มีจุดแข็งทางการตลาดที่เหนือคู่แข่ง”ตลอดช่วงเวลาหลายปีมานี้ วอลมาร์ทได้พยายามเสริมเขี้ยวเล็บเพิ่มความแข็งแกร่งทางการตลาดให้กับธุรกิจค้าปลีกของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลีกของวอลมาร์ทที่พร้อมจะเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชอบเดินดูสินค้าแบบจับต้องได้ หรือแม้กระทั่งกระแสความเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภคบางกลุ่มที่ชอบที่จะเลือกซื้อสินค้าทางออนไลน์ซึ่งทางวอลมาร์ทก็มีจัดเตรียมไว้คอยบริการลูกค้าด้วยเช่นกัน ในขณะที่ร้านค้าปลีกบางรายไม่สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ ก็จะล้มหายตายจาก ต้องปิดกิจการกันไป ดังนั้นไม่ว่าจะวอลมาร์ท

Read more
FOREIGN NEWS

เศรษฐีชาวฮ่องกงปรับลดข้อตกลงในการซื้อธุรกิจผับสัญชาติอังกฤษเหลือ 5.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ

เศรษฐีชาวฮ่องกงที่เป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากมายกำลังจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อธุรกิจผับและโรงกลั่นเหล้าสัญชาติอังกฤษLi Ka-shing แห่งบริษัท CK Asset Holdings กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ได้บรรลุข้อตกลงที่จะซื้อบริษัท Greene King ในข้อตกลงมูลค่า 4.6 พันล้านปอนด์ (5.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ข้อตกลงนี้รวมถึงหนี้สินของบริษัทด้วยบริษัทของฮ่องกงเสนอราคา 850 เพนซ์ (1.03 เหรียญสหรัฐ) ต่อหุ้น ซึ่งทำให้ราคาหุ้น Greene King เพิ่มสูงขึ้นถึง 51% ของราคาปิดของหุ้นเมื่อวันศุกร์George Colin Magnus ประธานบริหารของบริษัทลูกของ CK Asset Holdings ที่มีหน้าที่ในการดำเนินการซื้อธุรกิจดังกล่าว กล่าวว่า “กลยุทธ์ของ CK Asset Holdings คือการมองหาธุรกิจที่มีความมั่นคงและความยืดหยุ่น และมีความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ซึ่งธุรกิจผับและการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสหราชอาณาจักรมีคุณสมบัติเหล่านี้”Greene King ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1799 ดำเนินธุรกิจผับ ร้านอาหาร และโรงแรมกว่า 2,700 แห่งทั่วอังกฤษ เวลส์ และสกอตแลนด์ ซึ่งมีพนักงานประมาณ 38,000

Read more
FOREIGN NEWS

ซีอีโอสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิคตัดสินใจลาออก ท่ามกลางการชุมนุมประท้วงที่ฮ่องกง

Rupert Hogg – ซีอีโอของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 สิงหาคม 2562) หลังจากที่สายการบินแห่งชาติของฮ่องกงอย่างคาเธ่ย์ แปซิฟิค ต้องเผชิญกับความกดดันอย่างหนักจากรัฐบาลจีน ที่มีการปล่อยให้นักบิน และพนักงานเข้าร่วมประท้วงเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากคลื่นมรสุมทางการเมืองและการชุมนุมประท้วงจากประชาชนเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ส่งผลให้หุ้นของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ดิ่งลงอย่างหนัก รวมทั้งจำนวนเที่ยวบินกว่าหลายร้อยเที่ยวต้องถูกยกเลิกไป เมื่อมีกลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมากได้มารวมตัวชุมนุมประท้วงอยู่ที่สนามบินเป็นเวลานานหลายสัปดาห์Rupert Hogg – ซีอีโอของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ได้ส่งข้อความถึงพนักงานของสายการบินผ่านบันทึกภายในของบริษัท ซึ่งต่อมาข้อความดังกล่าวได้มีการส่งให้กับ ซีเอ็นเอ็นมิสซิเนส ด้วย โดยมีเนื้อหาใจความว่า : นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากและเลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นกับสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ของเรา และแน่นอนที่สุด ชื่อเสียงที่สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ได้สร้างสมมา กลับต้องมาตกอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างสาหัสสากันภายในช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาจวบจนปัจจุบัน โดยเฉพาะกับตลาดสำคัญๆ อย่างประเทศจีน สายการบินของเราจะสามารถบริหารจัดการอะไรไปได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ ได้อย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน”Paul Loo – ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ ของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ได้ยื่นหนังสือลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมจากกรณีที่บริษัทปล่อยให้มีนักบินเข้าร่วมประท้วงในฮ่องกง ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบของทางสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค โดยทางสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ได้ทำหนังสือแจ้งเรื่องการลาออกของผู้บริหารระดับสูงไปยังตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เมื่อวันศุกร์ที่

Read more
FOREIGN NEWS

ค่าเงินเปโซของอาร์เจนตินาอ่อนค่าลง 15 % หลังผลการเลือกตั้งทำให้นักลงทุนตื่นตระหนก

อาร์เจนตินา เจอวิกฤตนักลงทุนขาดความเชื่อมั่น หลังทราบผลรัฐบาลแพ้การเลือกตั้งรอบไพรมารีโหวต ทำค่าเงินเปโซดิ่งหนักอ่อนค่าไปกว่า 15 %เมื่อวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2562 ประเทศอาร์เจนตินาต้องประสบกับความวุ่นวายทางเศรษฐกิจทั้งในเรื่องราคาหุ้น และค่าเงินเปโซที่ดิ่งหนักแบบสุดๆ หลังจากนักลงทุนทราบผลว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีเมาริซิโอ มากรี ผู้นำคนปัจจุบัน ต้องพ่ายแพ้การเลือกตั้งรอบไพรมารีโหวต ให้กับ อัลเบอร์โต เฟอร์นันเดซ ผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไป เนื่องจากนักลงทุนต่างพากันวิตกกังวลว่าพรรคที่ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจะใช้นโยบายประชานิยมแบบเดิมเข้ามาบริหารประเทศ จนส่งผลให้ประเทศอาร์เจนตินาเข้าสู่วิกฤตการณ์เงินเฟ้อขยายตัวขั้นรุนแรง จนยากที่จะเยียวยาได้ค่าเงินเปโซของอาร์เจนตินาลดลง 15.3% เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนสองแห่งที่มีหุ้นของอาร์เจนตินาลดลงมากกว่า 20%อัลเบอร์โต เฟอร์นันเดซ ผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไปได้คะแนนสูงถึงกว่า 47% ในการเลือกตั้งรอบไพรมารีโหวต ในขณะที่ประธานาธิบดีเมาริซิโอ มากรี ผู้นำคนปัจจุบันนั้นได้คะแนนทิ้งห่างอยู่ที่ 33 % ในการเลือกตั้งรอบไพรมารีโหวต เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมาการเลือกตั้งรอบไพรมารีโหวต ในประเทศอาร์เจนตินานั้นถือว่ามีส่วนความสำคัญต่อการชี้ชะตาทางการเมืองของประเทศว่า พรรคที่เป็นรัฐบาลอยู่ในปัจจุบัน จะสามารถได้รับชัยชนะจากการเลืิอกตั้งกลับเข้ามาบริหารประเทศในสมัยหน้าได้หรือไม่ รวมทั้งโอกาสยากง่ายเพียงใดที่ผู้สมัครท้าชิงจากพรรคอื่น จะสามารถคว้าชัย ชิงตำแหน่งเป็นผู้นำประเทศคนต่อไป จากเลือกตั้งจริงวันที่ 27 ตุลาคม 2562เบนจามิน เกดาน – ผู้อำนวยการโปรเจกในอาร์เจนตินา

Read more
FOREIGN NEWS

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา และจีน พ่นพิษทำประเทศสิงคโปร์เข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ประเทศสิงคโปร์มีแนวโน้มเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย หลังจากที่มีรายงานออกมาว่า ข้อมูลสำคัญที่บ่งชี้ถึงความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศสิงคโปร์ได้ลดระดับลงไปอย่างเห็นได้ชัดเจนในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ประเทศที่มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากที่สุดประเทศหนึ่งอย่างประเทศสิงคโปร์ กำลังต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างหนัก ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจาก สงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ที่ยืดเยื้อมานาน ส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศสิงคโปร์เป็นไปอย่างเชื่องช้าที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ที่เกิดวิกฤตการณ์การเงินโลก ทำเศรษฐกิจประเทศสิงคโปร์หดตัวลงมาอยู่ที่ 0.6 %เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ประเทศสิงคโปร์ได้ทำการปรับลดการคาดการณ์ของการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในปี 2019 ให้ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 0-1% จากเดิมที่คาดการณ์เอาไว้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศจะสามารถขยายตัวไปได้สูงถึง 1.5-2.5%ซึ่งการปรับลดดังกล่าวก็เกิดจากตัวเลขที่บ่งชี้ถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจนั้นได้ลดลงไปอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา เมื่อตัวเลขจีดีพีในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้หดตัวมาอยู่ที่ 3.3 % เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสแรกของปีนี้กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของประเทศสิงคโปร์ ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันอังคารนี้ว่า เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศสิงคโปร์นั้นได้เข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ซึ่งเกิดจากผลพวงความตึงเครียดของสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา และจีน ที่มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงและบานปลายมากยิ่งขึ้นสิงคโปร์เป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก และจีนก็เป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ ซึ่งตอนนี้เศรษฐกิจจีนกำลังเติบโตในอัตราที่ช้าที่สุดในรอบ 27 ปีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของประเทศสิงคโปร์ คาดการณ์ว่าประเทศสิงคโปร์ยังจะต้องเผชิญและฝ่าฟันกับมรสุมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้เป็นอย่างน้อยเลยทีเดียวSian Fenner – นักเศรษฐศาสตร์จาก Oxford Economics ได้เขียนบทวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจว่า ความขัดแย้ง ความตึงเครียดของสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา และจีน ยังคงมีอยู่ และจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยจะไม่จบลงง่ายๆ ในช่วงระยะเวลาอันสั้นนี้ ซึ่งก็จะส่งผลให้การส่งออกและการค้าการบริการจะชะลอตัวเป็นอย่างมาก และส่งผลให้เศรษฐกิจถดถอยอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่

Read more
FOREIGN NEWS

Amazon ร้องขอให้องค์กรบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกาอนุมัติแผนการจัดส่งสินค้าโดยใช้โดรน

อเมซอน – ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกาเตรียมยื่นเรื่องเสนอเอฟเอเอ (สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา) อนุมัติ ใช้โดรนขนส่งสินค้าฉับไวให้ลูกค้าอเมซอนเตรียมงัดกลยุทธ์การตลาด ” โดรน” ในการให้บริการเหนือระดับเน้นการขนส่งฉับไว รวดเร็ว ทันใจลูกค้า มาต่อกรชิงความเป็นที่หนึ่งในธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่ในตลาดโลก แต่ทั้งนี้อเมซอนเองก็ต้องรอผลการพิจารณาจาก เอฟเอเอ เสียก่อนว่า จะออกใบอนุญาตให้ดำเนินการได้หรือไม่อเมซอนได้ยื่นหนังสือถึงเอฟเอเอ – ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ให้พิจารณายกเว้นกฎระเบียบบางประการด้านการบินพลเรือนเชิงพาณิชย์ สำหรับการใช้โดรน (ที่ไร้คนขับ) ทำการบินเพื่อขนส่งสินค้าฉับไว รวดเร็ว ทันใจให้กับลูกค้าของอเมซอนเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ทางสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาหรือ เอฟเอเอ ได้ตีพิมพ์คำร้องของอเมซอน ลงในวารสารชื่อ ฟิเดอร์รัล รีจิสเตอร์ ที่ยื่นคำร้อง ” ขอให้ทางบริษัทอเมซอนสามารถดำเนินการใช้โดรนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้าฉับไว รวดเร็ว ทันใจให้กับลูกค้า โดยใช้เวลาในการจัดส่งสินค้าไม่เกิน 30 นาที ต่อลูกค้า 1 ราย “ทางอเมซอนได้ยื่นเรื่องขออนุญาตจากทางเอฟเอเอ ให้บริษัทอเมซอนสามารถดำเนินกิจการโดยใช้โดรน รุ่น MK27 ในการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าของบริษัทได้แต่ทั้งนี้ ต้องรอทางเอฟเอเอ พิจารณาคำร้องเสียก่อนว่า คำร้องนั้นจะผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณาของเอฟเอเอหรือไม่ หากผ่านหลักเกณฑ์ก็จะได้รับใบสำคัญสมควรเดินอากาศได้ และจะได้รับการยกเว้นจากการต้องปฎิบัติตามกฎระเบียบเฉพาะสำหรับการใช้โดรนทั่วไป เนื่องด้วยเป็นการใช้โดรน (ในเชิงพาณิชย์) เพื่อจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าเท่านั้น นอกจากนี้

Read more
PR NEWS

สภาสถาปนิก ร่วมกับ อารยะ เอ็กซ์โป จัดงาน สภาสถาปนิก (ACT Forum’19)

สภาสถาปนิก’19 หรือ ACT Forum’19 งานประชุมนานาชาติทางสถาปัตยกรรมและแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ถือเป็นงานเดียวในประเทศไทยที่มีการรวมกลุ่มสถาปนิกครบ 4 สาขา ได้แก่ สถาปัตยกรรมหลัก สถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ ภูมิสถาปัตยกรรม และสถาปัตยกรรมผังเมือง โดยเป็นความร่วมมือระหว่างสภาสถาปนิก และบริษัท อารยะ เอ็กซ์โป จำกัด สำหรับงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “REACT” ตอบสนอง ต่อยอด ต่อเนื่อง ซึ่งได้รวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์ก่อสร้างทั้งในประเทศและต่างประเทศไว้มากกว่า 500 ราย นอกจากนี้ยังมีการจัดเสวนาและการประชุมเชิงวิชาการทางสถาปัตยกรรมจากวิทยากรชั้นนำระดับโลกและวิทยากรชั้นนำในประเทศไทย รวมกว่า 30 หัวข้อ แบ่งออกเป็น 4 ฟอรั่ม สำหรับงานสภาสถาปนิก’19 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 17 พฤศจิกายน 2562 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.actforumexpo.com

Read more