FOREIGN NEWS

Aldi วางแผนที่จะเปิดสาขา 70 แห่งในสหรัฐอเมริกา

Aldi – ร้านค้าปลีกสัญชาติเยอรมัน คิดต่างกับเหล่าบรรดาธุรกิจค้าปลีกในสหรัฐอเมริกาที่ต่างก็ทยอยปิดสาขา ปิดตัวลง หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ปิดกิจการกันไปเลย เนื่องจากทนแบกรับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อไปไม่ไหว แต่ Aldi กลับมองว่า ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสดีๆ ที่สดใสให้ได้ไขว่คว้าและเดินหน้าได้อยู่เสมอ และนั่นจึงเป็นที่มาของแผนดำเนินธุรกิจ ที่ Aldi ตั้งเป้ารุกขยายตลาดค้าปลีกอีก 70 สาขาในสหรัฐอเมริกานั่นเอง 

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ร้านค้าปลีกสัญชาติเยอรมันอย่าง Aldi ได้ออกมาเปิดเผยถึงแผนดำเนินธุรกิจตลาดค้าปลีกของบริษัทว่า ทางบริษัทเตรียมที่จะเปิดร้านค้าปลีกอีก 70 สาขาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ได้ภายในปี 2020 นี้ และอีกไม่นานเกินรอ Aldi ก็จะมีร้านค้าปลีกทั่วสหรัฐอเมริกามากกว่า 2,200 สาขา แต่เป้าหมายสูงสุดของ Aldi  คือการขึ้นแท่นเป็นร้านค้าปลีกที่มีสาขามากเป็นอันดับที่ 3 ในสหรัฐอเมริกาให้ได้ภายในปี 2022 และต้องมีสาขาให้ได้ไม่ต่ำกว่า 2,500 สาขา นั่นเอง (จะเป็นรองก็แค่ Kroger และ Walmart เท่านั้น)

Aldi ไม่ได้ประกาศออกมาว่าจะเปิดสาขาใหม่ทั้ง 70 แห่งที่ไหน แต่จะเปิดสาขาที่รัฐ Arizona ซึ่งเป็นรัฐที่ 37 ในปลายปีนี้ โดยมีสาขาใหม่ 4 แห่งในพื้นที่ Phoenix ซึ่ง Aldi จะเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในภูมิภาคนี้ และศูนย์กระจายสินค้าใน Loxley, Alabama เพื่อกระจายสินค้าให้กับสาขาใน Alabama, Florida และ Louisiana

Aldi มีรูปแบบธุรกิจที่เน้นต้นทุนต่ำและมีราคาที่ถูกกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปถึง 50% ร้านค้าที่มีพื้นที่ประมาณ 12,000 ตารางฟุตนั้น มีขนาดเล็กกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปในสหรัฐอเมริกาที่มีขนาด 40,000 ตารางฟุต และสินค้าที่วางจำหน่ายในร้านมากกว่า 90% เป็นแบรนด์ Aldi

มีหลายอย่างที่แปลกจากร้านอื่นด้วยเช่นกัน เช่น ลูกค้าที่ต้องการใช้รถเข็นจะต้องจ่ายเงิน 25 cents และเมื่อชำระเงินพนักงานเก็บเงินจะรีบเร่งให้ลูกค้าออกไปแพ็คสินค้าใส่ในถุงของตัวเองในสถานที่ที่แยกออกไปจากเครื่องคิดเงิน

Aldi – ร้านค้าปลีกสัญชาติเยอรมัน นั้นก็ถือว่ามีประสบการณ์การทำการตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกา มายาวนานกว่า 44 ปี โดยเริ่มเปิดสาขาแรกที่นี่ในปี คศ.1976 และเมื่อไม่กี่ปีมานี้ Aldi ได้มีการใช้งบลงทุนสูงถึง 5 พันล้านเหรียญสหรัฐในการปรับโฉมร้านค้าปลีกที่มีอยู่เดิมให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นและเปิดขยายสาขาเพิ่มอีกหลายร้อยสาขาทั่วสหรัฐอเมริกา   หลังจากที่ Aldi ประสบความสำเร็จในการดำเนินกิจการร้านค้าปลีกในสหรัฐอเมริกา ก็เริ่มจะมีคู่แข่งทางการค้าจากประเทศเยอรมันอย่าง Lidl เข้ามาต่อกร เพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาด แต่ก็ถือว่าเป็นคู่แข่งที่ไม่น่าวิตกกังวลเท่าใดนักเพราะเพิ่งเข้ามาในตลาดสหรัฐอเมริกาได้เพียง 4 ปี และมีสาขาในอเมริกาเพียง 100 สาขา เท่านั้นเอง

Aldi กำลังขยายสาขา ในขณะที่อุตสาหกรรมค้าปลีกส่วนใหญ่อยู่ในภาวะตึงเครียด การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ได้ส่งผลกระทบให้ร้านค้าปลีก เช่น JCPenney เข้าสู่ภาวะล้มละลาย ส่งผลให้พนักงานตกงานเป็นจำนวนมาก และร้านต้องปิดสาขาหลายพันแห่งอย่างถาวร คาดการณ์ว่าร้านค้าปลีกกว่า 25,000 แห่งทั่วสหรัฐอาจปิดตัวลงในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าราคาถูก เช่น Dollar General และ Grocery Outlet ได้รายงานยอดขายที่แข็งแกร่งในช่วงการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ นักวิเคราะห์กล่าวว่าอัตราการว่างงานที่สูงกว่า 11% และผู้คนหลายล้านคนตกงาน ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นตามล่าหาสินค้าราคาถูกและสินค้าจำเป็น นอกจากนี้ราคาอาหารยังเพิ่มขึ้นด้วย

“ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตไวรัสโคโรน่ามีแนวโน้มที่จะกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายในร้านค้าปลีกมากขึ้น” Coresight Research กล่าวในรายงานวิจัยเมื่อเดือนมิถุนายน

Aldi ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลทางการเงินออกมา แต่นักวิเคราะห์บางคนกล่าวว่าการแพร่ระบาดครั้งใหญ่และภาวะเศรษฐกิจถดถอยนั้นส่งผลดีต่อAldi

“Aldi อาจเป็นบริษัทค้าปลีกที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดที่จะเติบโตในสหรัฐอเมริกา” Diana Sheehan รองประธานบริษัท Incontext Solutions ซึ่งเป็นบริษัทด้านการวิจัยการตลาดกล่าว “พวกเขามีกลยุทธ์ในการกำหนดราคาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย” และ Aldi ยังเป็น“หนึ่งในบริษัทค้าปลีกที่มีประสิทธิภาพในการดำเนินงานมากที่สุดในประเทศนี้อีกด้วย”

ที่มา: https://edition.cnn.com/