ARTICLE

11 ทริคสำหรับมือใหม่ … อยากมีร้านอาหารของตัวเองต้องเริ่มอย่างไร

งานวิจัยจากบริษัทนีลเส็นที่มีชื่อ FoodTrips บอกว่า คนไทยกินข้าวนอกบ้าน 56 ครั้งต่อเดือน ซึ่งสูงจาก 50 ครั้งต่อเดือนในปี 2561 ดังนั้น จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครก็อยากจะเปิดร้านอาหาร ในยุคที่ธุรกิจร้านอาหารเฟื่องฟูแบบนี้ การเปิดร้านอาหารไม่ยากและไม่ง่าย หากมีแผนการเปิดร้านที่ดี และมีที่ปรึกษาที่ดีคอยช่วย การจะเปิดร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จก็ยิ่งไม่ยาก
เปิดร้านอาหารใหม่ เริ่มอย่างไรดี
การเปิดร้านอาหารต้องใส่ใจรายละเอียดต่าง ๆ เป็นหลัก แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่เรื่องงานจัดการ อย่างไรก็ตาม หลักการง่าย ๆ ในการเปิดร้านอาหารมีอยู่ 11 ข้อด้วยกันดังนี้
1. เลือกคอนเซ็ปต์และแบรนด์ เมื่อต้องการเปิดร้านอาหาร การเลือกคอนเซ็ปต์ร้านและเลือกแบรนด์ให้ร้านเป็นสิ่งสำคัญมาก คอนเซ็ปต์ร้านยังรวมถึงรูปแบบการให้บริการ รูปแบบอาหารที่จะขาย และสไลต์การตกแต่งร้าน จะเป็นอาหารอีสาน อาหารไทย อาหารญี่ปุ่น ฯลฯ โดยสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดอัตลักษณ์ของแบรนด์ของร้านอาหารคุณไปด้วยและจากคอนเซ็ปต์และแบรนด์แล้ว ห้องอาหารภายในร้านก็จะสื่อบรรยากาศและอัตลักษณ์ร้านที่เป็น ให้เลือกคอนเซ็ปต์และแบรนด์ที่เป็นที่น่าจดจำ และเมื่อได้เข้าร้านคุณแล้วทำให้ลูกค้าอยากกลับมาใช้บริการอีก
2. สร้างเมนูอาหาร ก่อนเปิดร้านอาหาร ก็ต้องมีรายการอาหาร และแนะนำให้เป็นอาหารจะเป็นเมนูขึ้นชื่อของเราด้วย การเลือกเมนูอาหารจะสอดคล้องกับรูปแบบอาหารที่จะขาย และการเลือกเมนูอาหารมีผลต่อการจ้างพนักงานในอนาคต เช่น พ่อครัวและแม่ครัวที่ต้องถนัดทำเมนูที่เราเลือก ยกเว้น เมนูที่เลือกเป็นเมนูทั่วไปจริง ๆ เช่น ข้าวผัดกระเพา ไข่เจียว แก้มและต้มสูตรทำกันง่าย ๆ
3. เขียนแผนธุรกิจในการเปิดร้านอาหาร การมีแผนธุรกิจที่ชัดเจนจำเป็นมากในการเปิดร้านอาหาร และการที่จะเข้าถึงแหล่งทุนในอนาคต ทั้งนี้ แผนธุรกิจช่วงเริ่มต้นอาจเริ่มจากรายละเอียดง่าย ๆ เช่น ส่วนของสรุปของผู้บริหาร ภาพรวมและรายละเอียดของบริษัทหรือร้านอาหาร การวิเคราะห์ตลาด สินค้าที่จะขาย การจัดการ กลยุทธ์เรื่องการทำตลาดและประชาสัมพันธ์ และการพยากรณ์รายได้และกำไร เป็นต้น
4. ต้องมีทุน การทำร้านอาหารต้องมีทุน และในที่นี้ ทุนจะต้องมี 2 ส่วน คือ ทุนเริ่มต้นให้ธุรกิจได้ตั้งตัว และทุนอีกก้อนที่จะใช้ต่อยอดธุรกิจ และใช้วันต่อวัน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเองควรจะมีแผนการระดมทุนที่จะต้องใช้ในการต่อยอดและขยายร้านอาหารในปีถัดไปอีกด้วย
หลังจากนี้แล้วจึงจะมาดูกันว่า เรามีทุนอยู่เท่าไรแล้ว และต้องการเพิ่มเติมเท่าไรอีก อย่าลืมบวกค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนร้านอาหาร และค่าเอกสารและค่าดำเนินการในการจัดตั้งร้านอาหารไปด้วย
5. เลือกทำเลเปิดร้าน เปิดร้านอาหารใหม่ ทำเลถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญมาก ผู้ประกอบการควรมองหาทำเลทอง และทำเลทองที่ว่ามีลักษณะดังต่อไปนี้
  • มองเห็นและเข้าถึงง่าย : เลือกพื้นที่ที่สามารถมองเห็นง่ายไม่ว่าจะขับรถผ่านหรือเดินผ่าน มองหาพื้นที่ ที่สามารถจอดรถหรือทำเป็นที่จอดรถได้ด้วยก็ยิ่งดีมาก
  • ลูกค้า : ผู้ประกอบการต้องมั่นใจว่า ผู้คนที่เดินผ่านหรือคนที่อยู่ในพื้นที่คือเป้าหมายของท่าน เช่น เปิดร้านอาหารอีสาน ก็ต้องเป็นชุมชนคนอีสานอยู่ เปิดร้านอาหารญี่ปุ่นก็ควรจะมีคนญี่ปุ่น หรือคนที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นอยู่ เป็นต้น
  • ค่าแรงขั้นต่ำ : ถ้าเปิดร้านอาหารในพื้นที่ ที่ค่าแรงขั้นต่ำไม่สูงมากก็ยิ่งดีต่อธุรกิจ เพราะจะทำให้ต้นทุนการผลิตถูกลง และทำให้ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องผันตัวเองเข้าสู่สงครามราคา ในกรณีที่มีคู่แข่งในพื้นที่
  • การแข่งขัน : การมีคู่แข่งอยู่รอบ ๆ จะดีในแง่ของการทำการตลาด แต่เราอาจต้องเจอปัญหาเรื่องสงครามราคา ดังนั้น หากอยู่ไกลคู่แข่งออกไปหน่อยก็จะได้เปรียบ เพราะสามารถเจาะตลาดลูกค้าในกลุ่มที่ร้านอาหารประเภทที่คุณทำยังไปไม่ถึง หากต้องการเปิดร้านอาหารใหม่ แนะนำให้เช่าพื้นที่เปิด เพราะหากไปได้ไม่สวย ก็สามารถยกเลิกหรือย้ายที่ตั้งได้
6. ขอใบอนุญาต การเปิดร้านอาหารในเมืองไทยยังจำเป็นต้องแจ้งต่อกระทรวงพาณิชย์ แนะนำให้ปรึกษาฝ่ายกฏหมายหรือผู้รู้ใกล้บ้านท่าน
7. เลือกหาเครื่องมือและอุปกรณ์ เครื่องมือและอุปกรณ์ในร้านอาหารก็เป็นส่วนหนึ่งจากการตัดสินใจเลือกคอนเซ็ปต์และแบรนด์ของร้าน หากเปิดร้านอาหารญี่ปุ่น โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องปรุงอาหารก็จะแตกต่างจากการเปิดร้านอาหารอีสานอยู่บ้างแน่นอน และเวลาเปิดร้านใหม่ แนะนำให้หาร้านที่ขายสินค้าแบบค้าส่ง เพราะจะได้สินค้าในปริมาณมากและราคาดีกว่า
8. ออกแบบเลย์เอาท์ร้านอาหาร
การออกแบบเลย์เอาท์ร้านอาหารสำหรับร้านอาหารที่เปิดใหม่ให้คำนึงถึงระบบงานจากหน้าร้านจนถึงหลังบ้านที่รื่นไหลและราบรื่นเป็นหลัก นับจากพนักงานต้อนรับส่วนหน้า ไปจนถึงคนครัว และเมื่อระบบทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จึงมาเริ่มการวางเลย์เอาท์ในการตกแต่งร้าน
9. จ้างพนักงาน เมื่อต้องจ้างพนักงาน จำเป็นต้องพิจารณาว่า ตำแหน่งไหนที่จะต้องจ้างบ้าง และสำหรับร้านอาหารใหญ่ ๆ ก็ควรนึกไปถึงฝ่ายบุคคล หัวหน้างาน ฝ่ายจัดซื้อวัตถุดิบและเครื่องดื่ม ฝ่ายปรุงอาหาร ฝ่าบริการอาหารถึงโต๊ะ ฝ่ายทำความสะอาดและล้างจาน ฝ่ายการตลาด ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บัญชี พนักงานต้อนรับ ฯลฯ
พนักงานที่จะจ้างเข้ามาทำความมีความกระตือรือล้นสูง ทำงานได้หลายอย่าง มีการตัดสินใจที่เร็วและทำงานได้มีประสิทธิภาพ และสามารถทำงานภายใต้ภาวะกดดันสูง
10. โฆษณาประชาสัมพันธ์ เมื่อเตรียมเปิดร้าน ก็ต้องเตรียมตัวทำโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ให้ลูกค้า และหากเป็นร้านอาหารใหม่ แนะนำให้ทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้วยกลยุทธ์และช่องทางดังต่อไปนี้
  • ใช้โซเชียล มีเดีย: สร้างเพจเฟสบุีก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม์ สร้างคอนเทนท์ และโพสต์คอนเทนท์เป็นประจำ อย่าให้ร้าง
  • สร้างเว็บไซต์: ปัจจุบันการมีเว็บไซต์สำคัญมาก เพราะสร้างความเชื่อถือให้กับร้านและง่าย ต่อการสร้างแบรนด์ไปด้วย
  • ซื้อโฆษณากับสื่อท้องถิ่น: การซื้อโฆษณากับสื่อท้องถิ่นนั้นสำคัญมาก เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายท้องถิ่นได้
  • ทำ “รอยัลตี้โปรแกรม” บนมือถือ: ทั้งนี้ จะช่วยสร้างการรับรู้ให้ร้านอาหาร และสามารถสร้างคอนเทนท์ให้คนจดจำแบรนด์ของร้านได้
  • ทำ Email Marketing: การส่งอีเมลถึงกลุ่มเป้าหมายก็เพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำ Email Marketing ยังถือว่าเป็นการทำการตลาดที่ทรงพลังอีกช่องทางหนึ่ง
  • ทำกิจกรรมเปิดร้านหรืออีเวนท์เพื่อส่งเสริมการขายอื่น ๆ บ้าง เพื่อสร้างการจดจำร้านและแบรนด์ให้กับร้าน
11. เปิดร้านอย่างไม่เป็นทางการ หรือ Soft Opening จำไว้เสมอว่า “ยิ่งซ้อม ยิ่งทำได้ดี” เมื่อร้านอาหารเสร็จเป็นรูปเป็นร่าง ลองเปิดตัวให้มีคนเข้ามาลองชิมก่อน เพื่อจะได้ดูทิศทางตลาดว่ายังขาดเหลืออะไรอยู่บ้าง ก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ