ARTICLE

โลจิสติกส์ไทยปี 2562 แข่งดุ จะเป็นที่หนึ่งในตลาดโลจิสติกส์ ผู้ประกอบการต้องทำอย่างไร

ตลาดโลจิสติกส์ปี 2562 เรียกได้ว่า ผู้ประกอบการต้องแข่งกันแบบหายใจรดต้นคอ เพราะนอกจากคู่แข่งไทยจะต้องแข่งกันเองแล้ว ผู้ประกอบการต่างประเทศยังต้องการเข้ามาชิงส่วนแบ่งอีกด้วย สำหรับตลาดโลจิสติกส์ไทย มีไปรษณีย์ไทยที่เรียกได้ว่าเป็นเบอร์หนึ่งอยู่แล้ว ที่ทิ้งห่างคู่แข่งในประเทศด้วยตัวเลขรายได้และกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาจากตลาดส่งพัสดุในไทยที่คนนิยมส่งพัสดุเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล อันเป็นผลมาจาก อี-คอมเมิร์ซ
เมื่อกระแสอี-คอมเมิร์ซเติบโตขึ้น คู่แข่งก็ย่อมเกิดมากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะแบรนด์ต่างชาติ เช่น Kerry Express จากฮ่องกง, DHL จากเยอรมนี, SCG Express ที่จับมือกับญี่ปุ่น, Flash Express และ Best Express ที่เพิ่งได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก Alibaba ยักษ์ใหญ่ด้านอี-คอมเมิร์ซของจีน ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงโลจิสติกส์แบบออนดีมานด์ที่เข้ามาทำตลาดกันให้เดือดยิ่งกว่าเดิมอย่าง Line Man, Lala Move, GrabExpress และ Get Delivery ที่เข้ามาทำตลาดในส่วนของ Last Mile เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม มาจนถึงปัจจุบัน ยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์ในไทยก็หนีไม่พ้น ไปรษณีย์ไทย และ Kerry Express โดยในช่วงปี 2560 รายได้ของไปรษณีย์ไทยอยู่ที่ 27,870 ล้านบาท และ Kerry Express มีรายได้อยู่ที่ 6,673 ล้านบาท และในปีเดียวกัน ไปรษณีย์ไทยมีกำไร 4,220 ล้านบาท ในขณะที่ Kerry Express มีกำไรอยู่ที่ 732 ล้านบาท
3 ปัจจัยดันโลจิสติกส์โตต่อเนื่อง
รายงานเรื่อง ธุรกิจโลจิสติกส์ในปี 2561 โดยไม่รวมถึงโลจิสติกส์ทางอากาศ ของธนาคารกสิกรไทยเผยว่า นอกจากการเติบโตของอี-คอมเมิร์ซที่มีมากขึ้นช่วยดันให้โลจิสติกส์ไทยโตอย่างต่อเนื่องแล้ว ปัจจัยอีก 3 อย่าง ที่ช่วยให้โลจิสติกส์โตแบบฉุดไม่อยู่ได้แก่ เศรษฐกิจไทยที่กำลังขยายตัว การเบิกจ่ายภาครัฐ และการส่งออกที่ขยายตัวอย่างมาก
ในปี 2562 คาดว่า ตลาดโลจิสติกส์ของไทยจะโตอย่างต่อเนื่อง จากสภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการลงทุนของภาครัฐและการส่งออกที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับภาคการส่งออกของไทยในปี 2562 ยังคงขยายตัว แม้จะเป็นการขยายตัวอย่างชะลอลงก็ตาม แต่ก็ยังจะมีบทบาทให้เศรษฐกิจโดยรวมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่า จะส่งผลให้ภาคโลจิสติกส์ไทยขยายตัวไปในทิศทางเดียวกัน
รายงานชิ้นเดียวกันของธนาคารกสิกรไทยยังระบุอีกว่า โลจิสติกส์ไทยแม้จะเติบโตเป็นอย่างมาก ท่ามกลางการแข่งขันอย่างเข้มข้นของผู้ประกอบการ ก็จะยังมีการนำเทคโนโลยี เช่น หุนยนต์ ระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ โมบายแอพพลิเคชันที่เป็นเรียลไทม์ ฯลฯ เข้ามาช่วยให้บริการโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการการจัดการต้นทุนด้านโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับกระแสการปรับเปลี่ยนสู่สังคมเศรษฐกิจแบบดิจิทัล ดังนั้น จึงไม่แปลกที่จะได้เห็นการแข่งขันด้านโลจิสติกส์ที่เข้ามารองรับ E-Commerce เพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาด โดยเฉพาะที่เสริมกับธุรกิจการค้าออนไลน์อย่างก้าวกระโดด
4 ธุรกิจโลจิสติกส์ที่ขยายตัวดี
ภาคการขนส่งทางบกคาดว่า โลจิสติกส์ในไทยจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มาจากการลงทุนของภาครัฐและเอกชน ที่เป็นแรงหนุนจาก E-Commerce โดยเฉพาะในปี 2562 ที่ธุรกิจ E-Commerce ปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็น Online-2-Offline ส่งผลให้เกิดความต้องการคลังสินค้าพรีเมียมในการจัดเก็บ และการกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภคแทนการจัดเก็บไว้ที่ร้านหรือห้างสรรพสินค้าสาขาต่าง ๆ ทั้งนี้ 4 ธุรกิจโลจิสติกส์ที่จะขยายตัวได้ดีก็จะรวมถึง
  • ขนส่งสินค้าทางบก
  • คลังสินค้า
  • จัดส่งสินค้าระหว่างประเทศ
  • ไปรษณียภัณฑ์และรับส่งสินค้า
และธุรกิจที่น่าจับตาคือ การรับจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Freight Forwarder) โดยในปี 2561 มีการคาดการณ์มูลค่าไว้อยู่ราว 58,000-57,000 ล้านบาท ซึ่งขายตัวเล็กน้อยอยู่ที่ร้อยละ 0.5-2.1
และธุรกิจไปรษณียภัณฑ์และรับส่งสินค้า ที่มีการคาดการณ์มูลค่าไว้อยู่ที่ 30,000-31,000 ล้านบาท ขยายตัวเร่งขึ้น 9.6-11.3 เมื่อเทียบกับปี 2560
3 กลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ต้องรู้
แนวโน้มโลจิสติกส์ในประเทศไทยจะเปลี่ยนไปเป็น E-Logistics แบบครบวงจรมากขึ้น ซึ่ง E-Logistics คือ การขนส่งสินค้าที่มีความรวดเร็วและแม่นยำจากการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น ระบบ GPS บอกตำแหน่งของรถส่งสินค้า ระบบ RFID เพื่อใช้ tag สินค้าและความสะดวกในการกระจายสินค้า โดยปัจจุบันการแข่งขันในตลาด E-Logistics ก็แข่งดุเหมือนกันไม่ว่าจะรายใหญ่ SMEs และสตาร์ทอัพ ส่งผลให้ผู้ประกอบการนำเสนอรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้เหนือคู่แข่ง เช่น การขนส่งถึงมือผู้รับในวันเดียว (Same Day Delivery) และขนส่งตามความต้องการของลูกค้า (On-demand Delivery) ทั้งนี้ หากลงมาเล่นตลาดโลจิสติกส์แล้วอยากเป็นที่หนึ่ง ผู้ประกอบการต้องรู้ว่า:
  • พร้อมปรับตัวเข้าสู่ E-Logistics อย่างครบวงจร
  • พยายามเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน E-Commerce จะขยายธุรกิจง่าย
  • เป็นสตาร์ทอัพเพื่อให้บริการธุรกิจรายใหญ่จะไปได้ดี
การลงมาลุยในตลาดโลจิสติกส์มีทั้งโอกาสและความท้าทายในระยะเวลาข้างหน้าตลาด E-Commerce ในประเทศจะยิ่งขยายตัวมากขึ้น และแน่นอน กิจกรรมด้านโลจิสติกส์ก็จะสูงขึ้นไปด้วย แม้โอกาสจะมีมาก แต่เมื่อเข้าสู่ยุค E-Logistics แล้ว ความท้าทายก็มีตามมาเช่นกัน เช่น ผู้ประกอบการต่างชาติที่มีเงินทุนหนากว่า และเทคโนโลยีที่ดีกว่า ก็เข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาด แข่งกับผู้ประกอบการไทย สำหรับกลยุทธ์ที่สำคัญของผู้ประกอบการ SME ด้านโลจิสติกส์ไทยก็ควรหันไปหา E-Commerce มากขึ้น แต่ความท้าทายที่ต้องเผชิญ คือการลงทุนในเทคโนโลยีที่อาจจะไม่เอื้อสำหรับผู้ประกอบการไทยมากนัก อย่างไรก็ตาม การหาพาร์ทเนอร์ในการทำธุรกิจยังเป็นช่องทางที่ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงด้วยเพราะการทำธุรกิจด้วยกลยุทธ์แบบทำงานกับพันธมิตรจะช่วยให้การบริหารการขนส่งเกิดความรวดเร็วและประหยัดต้นทุนได้มากที่สุดด้วย