FOREIGN NEWS

ทำไมเหล่าบรรดานักลงทุนและเซียนหุ้นจากทั่วทุกมุมโลก ถึงต้องเกาะติดกับชะตากรรมของแอพพลิเคชั่น Tik Tok

ทำไมเหล่าบรรดานักลงทุนและเซียนหุ้นจากทั่วทุกมุมโลก ถึงต้องเกาะติดกับชะตากรรมของแอพพลิเคชั่น Tik Tok ว่าจะอยู่หรือไปกันด้วยล่ะ ทั้งๆ ที่แอพพลิเคชั่นนี้กำลังอยู่ในกระแสความนิยมอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก?

คำถามที่ว่า “มันเกิดอะไรขึ้นกับแอพพลิเคชั่น Tik Tok?”  คำถามนี้ดูเหมือนว่า มันจะไม่ใช่เป็นคำถามที่ค้างคาใจเฉพาะกับเหล่าบรรดาผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่น Tik Tok ชาวอเมริกันกว่าหลายล้านคนเท่านั้น  หากแต่เป็นคำถามที่ทำให้เหล่าบรรดานักลงทุนและเซียนหุ้นต่างต้องหันกลับมามอง ในเรื่องของทิศทางการลงทุนซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์กันด้วยแล้วล่ะจ้ะ

การเลียนแบบสีหน้า ท่าทาง การเคลื่อนไหวต่างๆ จากวีดีโอต้นฉบับ ในแอพพลิเคชั่น Tik Tok นั้นกำลังได้รับความนิยมกันอย่างล้นหลามไปทั่วโลกจริงๆ แต่เรื่องนี้กลับกลายเป็นเรื่องที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ใช้อ้างยืนยันว่า แอพพลิเคชั่น Tik Tok ของประเทศจีน นั้นเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่ประเทศจีนใช้เป็นเครื่องมือในการสอดแหนมข้อมูลของผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่น Tik Tok ในประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้นจึงถือได้ว่าแอพพลิเคชั่น Tik Tok ของประเทศจีน นั้นเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างยิ่ง และความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจทั้งสองนี้  ไม่ว่าจะเรื่องสงครามทางการค้า การกีดกันในเรื่องต่างๆ ที่สหรัฐมีต่อประเทศจีนล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศดูจะอ่อนล้า อ่อนกำลังกันไปด้วยกันทั้งคู่นั่นเอง 

จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ได้ออกมาระบุว่า “Microsoft – บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลกสัญชาติอเมริกา เตรียมเจรจาขอซื้อกิจการ Tik Tok จากประเทศจีน หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาขู่ว่าเตรียมจะแบนการใช้งานแอพพลิเคชั่น Tik Tok ในประเทศสหรัฐอเมริกากันเลยทีเดียว”

Microsoft ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลให้กับสาธารณชนทราบ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า “หลังจากที่ Satya Nadella – ซีอีโอของ Microsoft ได้มีการหารือกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ในเรื่องที่ทางบริษัทนั้นมีความสนใจที่จะขอเข้าซื้อกิจการ Tik Tok ในสหรัฐอเมริกา กับบริษัท ByteDance – ซึ่งเป็นบริษัทที่พัฒนาแอพพลิเคชั่น Tik Tok จากประเทศจีนให้เร็วที่สุด โดยทางบริษัท Microsoft ขอยืนยันว่า ทางบริษัทมีความเข้าใจในความวิตกกังวลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ในประเด็นเรื่องภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศเป็นอย่างดี บริษัท Microsoft ขอให้ความมั่นใจต่อทุกท่านว่า ทางบริษัทจะให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด ในเรื่องการเพิ่มความปลอดภัยในระดับสูงสุดในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่น Tik Tok ในสหรัฐอเมริกาอย่างดีที่สุด เท่าที่สรรพกำลังความสามารถด้านเทคโนโลยีที่บริษัทมีทั้งหมด”

ในโพสต์ยังระบุด้วยว่า Tik Tok ยังพอมีหนทาง ที่จะหลีกเลี่ยงการถูกแบนตามคำขู่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่กล่าวว่าจะใช้อำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา  ในการสั่งบล็อกการใช้งานแอพพลิเคชั่น Tik Tok ในประเทศสหรัฐอเมริกา

Microsoft คาดการณ์ว่า หากการเจรจาซื้อ Tik Tok ในประเทศสหรัฐอเมริกาจากบริษัท ByteDance ของประเทศจีนประสบความสำเร็จ จะทำให้ Microsoft เป็นเจ้าของ Tik Tok ที่สามารถให้บริการแอพพลิเคชั่นดังกล่าวทั้งในสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ แค่มีกระแสข่าวนี้ออกไปก็ทำให้ราคาซื้อขายหุ้นของ Microsoft ปรับตัวสูงขึ้นไปถึง 4% ในช่วงเปิดตลาดหุ้นกันเลยจ้า

หนังสือพิมพ์ระดับท้องถิ่นของประเทศอังกฤษ อย่าง The Sun ได้รายงานข่าวไปเมื่อวันจันทร์นี้ว่า “ByteDance กำลังเตรียมการที่จะย้ายสำนักงานใหญ่ของ ByteDance จากกรุงปักกิ่งของประเทศจีน ไปยังกรุงลอนดอนของประเทศอังกฤษ”

จากคำขู่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ที่มีต่อบริษัทด้านเทคโนโลยีของประเทศจีน อย่าง ByteDance ก็ส่งผลให้บริษัทด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของประเทศจีนอีกหลายราย อาทิเช่น Tencent’s WeChat ต้องรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไปตามๆ กันนั่นเอง นอกจากนี้ Mike Pompeo – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ ยังได้ออกมาระบุด้วยว่า “ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์  จะออกมาประกาศชี้ชัดในเรื่องของแอพพลิเคชั่นจากประเทศจีน ให้กับสาธารณชนทุกท่านทราบในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน” 

ที่มา: https://edition.cnn.com/