FOREIGN NEWS

เศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในสหภาพยุโรปกลับมาขยายตัวขึ้นอีกครั้งในเดือนนี้

เศรษฐกิจของประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ในสหภาพยุโรปในเดือนนี้ (มิถุนายน 2563) เริ่มกลับมาพลิกฟื้นคืนชีพ และมีทิศทางที่สดใสให้ได้เห็นกันบ้างแล้วล่ะนะ ถึงแม้ว่าจะยังคงมีประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปบางประเทศเท่านั้นที่เศรษฐกิจภายในของประเทศยังคงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่กว่าจะกลับมายืนตั้งหลัก และพร้อมที่จะโลดแล่นฝ่าฟันเศรษฐกิจที่ซบเซาไปให้ได้อีกครั้ง 

จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ได้ออกมาระบุว่า “เศรษฐกิจของประเทศฝรั่งเศสดูจะปังกว่าเพื่อนๆในกลุ่มสมาชิกของสหภาพยุโรปกันเลยทีเดียว จะเห็นได้ว่าในเดือนมิถุนายน 2563 นั้น ประเทศฝรั่งเศสมีตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ทางการของฝรั่งเศสได้มีมาตรการผ่อนปรนคลายล็อคจากวิกฤตโควิด-19 นั่นเอง ทำให้ผู้คนภายในประเทศได้กลับมาจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น   ช่วยทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศได้มีการเคลื่อนไหวและกลับมามีชีวิตชีวากันอีกครั้งนั่นเอง”

ดัชนีของ Purchasing Managers ได้ชี้ให้เห็นถึงภาคอุตสาหกรรมการผลิตและภาคบริการในสหภาพยุโรปได้พุ่งทะยานไปถึง 51.3 ในเดือนมิถุนายน 2563 เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมาเติบโตเพียง 32.1 เท่านั้น (ตัวเลขที่เกิน 50 นั้น แสดงว่าเศรษฐกิจได้มีการขยายตัวและมีแนวโน้มที่สดใสนั่นเอง)

Chris Williamson – หัวหน้าเศรษฐศาสตร์ธุรกิจจาก IHS Markit ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลกับทางสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า “ประเทศฝรั่งเศสตอนนี้ ภาคอุตสาหกรรมการผลิตได้มีการขยายตัวก้าวหน้าไปมาก นำโด่งประเทศสมาชิกอื่นๆ ของสหภาพยุโรปกันเลยทีเดียว”

นอกจากนี้ Chris Williamson ยังได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า “ความต้องการอุปโภคบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจภายในของประเทศที่ดีที่สุด โดยยกตัวอย่างของประเทศจีนให้เห็นชัดๆ กันไปเลย ที่ประชากรของประเทศกลับมาจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้นภายในประเทศของตนเอง ช่วยทำให้เศรษฐกิจของประเทศจีนสามารถพลิกฟื้นได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง” 

Bruno Le Maire – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของประเทศฝรั่งเศสได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ RTL ของฝรั่งเศสในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ว่า “Emmanuel Macron – ประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ได้กล่าวไว้เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมาว่า ทางการของประเทศฝรั่งเศสจะไม่มีทางปล่อยให้บริษัทใดๆ ในประเทศฝรั่งเศส ต้องมีอันล้มละลายจากวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 อย่างแน่นอน   โดยทางการได้เตรียมงบประมาณไว้สูงถึง 521 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้กลับมาโลดแล่นได้อีกครั้งอย่างยั่งยืนต่อไป ทุกภาคส่วนต้องผ่านพ้นวิกฤตร้ายๆ นี้ไปให้ได้ด้วยกัน” 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฝรั่งเศส ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “หากดูในภาพรวมเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป ได้มีการหดตัวอย่างหนักในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 ตัวเลข GDP ในไตรมาสที่สองของปีนี้จะยังคงมีความหดตัวอยู่อีกสักระยะ แต่จะไม่ต่ำไปกว่าไตรมาสแรกอย่างแน่นอน”

แต่การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วตามข้อมูล PMI ชี้ให้เห็นว่าจีดีพีจะไม่เลวร้ายอย่างที่กลัว นักเศรษฐศาสตร์ของ Capital Economics กล่าวว่า “ข้อมูลในวันนี้ให้ความมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง แต่ด้วยข้อจำกัดบางอย่างที่ยังคงมีอยู่ และความกลัวว่าจะการแพร่ระบาดของไวรัสระลอกที่สอง อาจต้องใช้เวลาสักหน่อยก่อนที่กิจกรรมต่างๆ จะกลับสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัส” พวกเขากล่าวในบันทึกของการวิจัย

ข้อมูลเศรษฐกิจจาก IHS Markit ชี้ให้เห็นว่า “กิจการบางกิจการจะยังไม่ค่อยมีลูกค้ากลับเข้ามาสั่งซื้อสินค้าเท่าที่ควร ก็เนื่องจากว่าผู้คนส่วนใหญ่ยังคงไม่มั่นใจกับการงาน การเงินของตนเองว่า จะสามารถไปต่อได้อีกนานเพียงใดในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วนจึงเป็นเหตุให้ผู้คนส่วนใหญ่ต้องรักษาสภาพคล่องทางการเงินไว้กับตัวให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยใช้เงินเท่าที่จำเป็นและประหยัดนั่นเอง”

ความท้าทายสำหรับรัฐบาลคือการสร้างความมั่นใจว่าความต้องการจะฟื้นตัวขึ้นมามากพอที่จะทำให้บริษัทต่างๆ สามารถข้ามผ่านการชะลอตัวและรักษาพนักงานไว้ได้

Muriel Penicaud – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ตอบคำถามกับสถานีวิทยุ Franceinfo เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2563 มีใจความว่า “รัฐบาลของฝรั่งเศส ได้เตรียมที่จะขยายโครงการช่วยเหลือการจ้างงานออกไปอีกเป็นเวลาอย่างน้อยอีก 2 ปี โดยรัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนช่วยเหลือพนักงานที่ถูกลดชั่วโมงการทำงานให้ได้รับเงินเยียวยาจากทางรัฐบาล”

รัฐบาลได้ให้คำมั่นที่จะปกป้องพนักงานในอุตสาหกรรมการบินของประเทศโดยทุ่มเงินเกือบ1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อช่วยเหลือ Airbus และ Air France เช่นเดียวกับบริษัทผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน อย่าง Safran และThalès

Williamson จาก IHS Markit คาดว่าเศรษฐกิจยุโรปจะใช้เวลาสามปีในการฟื้นตัว

ที่มา: https://edition.cnn.com/