FOREIGN NEWS

หุ้นไอบีเอ็มพุ่งขึ้นหลังผลประกอบการดีกว่าที่คาดไว้

นักลงทุนแห่ช้อนซื้อหุ้นไอบีเอ็มกันรัวๆ จนพุ่งทะยานไปถึง 6% เมื่อปิดตลาดการซื้อขายในช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อขานรับข่าวดีหลังจากทราบรายงานผลประกอบการของบริษัทในไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 ว่ามันไปได้สวยทีเดียว และไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ Wall Street ได้เคยคาดการณ์ไว้ว่าผลประกอบการของไอบีิเอ็มจะลดต่ำลงมาก เนื่องจากจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เข้าไปเต็มๆ นั่นเอง

บริษัทไอบีเอ็ม ได้รายงานราคาต่อหุ้นของไอบีเอ็ม ณ ขณะนี้อยู่ที่ 2.18 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น – ซึ่งเป็นราคาที่ลดลงไปถึง 31% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ไอบีเอ็ม มีรายได้จากผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 รวมทั้งสิ้น 18.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ 

Cloud Computing เป็นเทคโนโลยีสุดล้ำที่ช่วยให้ไอบีเอ็มสามารถฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลกได้อย่างงามๆ เลยก็ว่าได้ หน่วยงานที่สร้างรายได้แบบฉุดไม่อยู่ให้กับไอบีเอ็มก็คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากส่วนงาน Cloud Computing และส่วนงาน Software  นั่นเอง เนื่องจากทั้งสองส่วนงานได้ทำรายได้ให้กับไอบีเอ็มสูงถึง 3% หรือคิดเป็น 5.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา (ทำให้บุคลากรทั้ง 2 ส่วนงานนี้แจ้งเกิดในองค์กรสามารถต่อยอดเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานในบัดดลกันเลยทีเดียว)

ประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังจากมีการเผยแพร่รายงานนี้ออกมา ราคาหุ้นของไอบีเอ็มเพิ่มขึ้นประมาณ 4%

ความสำเร็จของผลประกอบการในครั้งนี้ต้องให้เครดิตกับ ซีอีโอ คนเก่งที่มีชื่อว่า Arvind Krishna  ซึ่งถึงแม้ว่าจะเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งซีอีโอ ในช่วงเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา แต่ก็ถือว่าเป็นช่วงที่อยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยไปทั่วโลก แถมยังต้องเจอะเจอกับวิกฤตโควิด-19 ที่ระบาดอย่างหนักไม่แพ้กัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นงานหินทีเดียวที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/ซีอีโออย่าง Arvind Krishna สามารถบริหารจัดการให้มันผ่านไปได้อย่างดีเยี่ยมทีเดียว Arvind Krishna ถือว่าเป็นลูกหม้อที่มีความสามารถเป็นเลิศ โดยก่อนที่จะมานั่งแท่นบริหารงานในตำแหน่งซีอีโอ Arvind Krishna ก็เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารของส่วนงาน Cloud Computing มาก่อนเช่นกัน

“เรามุ่งมั่นที่จะสร้างแพลตฟอร์มคลาวด์ไฮบริดที่ยั่งยืน ด้วยสภาพแวดล้อมที่เจริญเติบโตขึ้นของเหล่าบริษัทพันธมิตร ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทรงพลังให้กับนวัตกรรมสำหรับลูกค้าและโลกของเรา” Krishna กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์

การแพร่ระบาดครั้งนี้ได้ส่งทั้งผลดีและเสียปะปนกันสำหรับบริษัทด้านเทคโนโลยี เช่น ไอบีเอ็ม ในอีกด้านหนึ่งผู้ประกอบการต่างต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากกว่าแต่ก่อน และหลายรายกำลังเร่งการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบดิจิทัล แต่ในขณะเดียวกันหลายรายก็ลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบริการด้านดิจิทัลซึ่งถือว่าไม่จำเป็น เนื่องจากการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ส่งผลให้ยอดขายของพวกเขาลดลง

ยอดขายจากส่วนบริการธุรกิจระดับโลกของไอบีเอ็ม (ซึ่งรวมถึงการให้คำปรึกษาและการจัดการแอปพลิเคชั่น) ลดลง 7% และยอดขายจากส่วนบริการเทคโนโลยีระดับโลก (ซึ่งรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและบริการสนับสนุนเทคโนโลยี) ลดลง 8%

นอกจากนี้ในช่วงไตรมาสดังกล่าวไอบีเอ็มยังได้ประกาศยกเลิกโปรแกรมจดจำใบหน้า และเรียกร้องให้ผู้ร่างกฎหมายพิจารณาว่าควรนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในการบังคับใช้กฎหมายหรือไม่

ไอบีเอ็มไม่ได้ให้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับคำแนะนำรายปี หลังจากที่บริษัทต้องชะลอแผนการหลายอย่างในช่วงต้นปีนี้

ที่มา: https://edition.cnn.com/