FOREIGN NEWS

หุ้นของ Kodak เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนถูกสั่งพักการซื้อขายถึง 20 ครั้งภายในวันเดียว

หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ออกประกาศเมื่อวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2563 หนุนโกดักให้เป็นผู้ผลิตยาต้านไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดอย่างหนักทั่วโลก โดยรัฐบาลของทรัมป์ได้ให้การผลิตยานี้อยู่ภายใต้กฎหมาย “การผลิตยาเพื่อกองทัพ” ส่งผลให้ราคาหุ้นของโกดัก พุ่งทะยานทะลุขอบฟ้ากันไปในทันที และไม่มีแนวโน้มว่าราคาจะหยุดนิ่งหรือลดลงแต่อย่างใด จนทำให้ตลาดหลักทรัพย์ต้องงัดมาตรการ Circuit breakers มาใช้ หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การสั่งพักการซื้อขายชั่วคราวไปถึง 20 ครั้ง ภายในวันเดียวกันนั่นเอง

ข่าวที่ทั่วโลกต่างจับจ้องและให้ความสนใจเป็นที่สุด ในช่วงเดือนกรกฎาคมปีนี้ คงจะไม่มีข่าวใดที่จะน่าสนใจและน่าติดตามเท่าข่าวนี้อีกแล้วจ้ะ กับข่าวที่ว่านี้ ก็คือ การที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐได้อนุมัติวงเงินกู้สูงถึง 765 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับ Kodak Pharmaceuticals ใช้ในการผลิตสารที่ใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตยาต้านไวรัสโควิด-19    โดยเหตุผลหลักๆ ก็เพื่อต้องการลดการพึ่งพิงผู้ผลิตยารายใหญ่ๆ จากต่างประเทศนั่นเอง (เอาที่สบายใจเลย เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่จะได้รับประโยชน์ ก็คือ ประชากรจากทั่วทุกมุมโลกนั่นเอง หากยาตัวนี้มีประสิทธิภาพและใช้ในการต้านไวรัสโควิด-19 ได้ เราๆ ท่านๆ จะได้อยู่รอดปลอดภัยกันเสียที)

ทันทีที่มีข่าวนี้เผยแพร่ออกไป เหล่าบรรดานักลงทุน เซียนหุ้น ต่างทุ่มซื้อหุ้นของโกดักกันอย่างถล่มทลาย  ตลอด 2 วันทำการที่เปิดการซื้อขายหุ้น ทำให้ราคาหุ้นโกดักพุ่งทะยานไปกว่า 200% ในวันอังคารที่ 28 กรกฎาคมและได้ทะยานอย่างต่อเนื่องไปแตะที่ 318% เมื่อปิดตลาดในเย็นวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2563 กันเลยจ้า 

การที่ราคาหุ้นของโกดักพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง จนทะลุขอบฟ้ากันไปเลยทำให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทของสหรัฐ ต้องงัดมาตรการ Circuit breakers ออกมาใช้กันรัวๆ มากถึง 20 ครั้ง ตลอดช่วงการซื้อขายหุ้นในวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2563 กันเลยทีเดียว โดยในระหว่างการซื้อขายหุ้นในวันพุธที่ 29 ก็ต้องทำให้นักลงทุนและเซียนหุ้น ต่างตาลุกวาว เมื่อเห็นราคาหุ้นโกดักพุ่งทะยานไปแตะระดับสูงสุดที่ 650%  ก่อนที่ราคาหุ้นจะลดลงมาและปิดตลาดที่ 318% นั่นเอง    

ในอดีต สมัยที่ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกยังคงนิยมใช้กล้องและฟิล์มในการถ่ายภาพ ถ่ายรูป เพื่อเก็บภาพความทรงจำไว้ คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักผู้ผลิตฟิล์ม และกล้องถ่ายภาพ ยักษ์ใหญ่ของโลก อย่างโกดัก แน่นอน แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น ผู้คนหันมานิยมใช้ระบบดิจิตอลในการถ่ายรูป เก็บภาพความทรงจำกันทั่วบ้านทั่วเมือง ไปจนถึงทั่วโลก ทำให้ในที่สุด ธุรกิจฟิล์ม และกล้องของโกดักก็ต้องมีอันล้มหายตายจากไปตามกาลเวลาที่เปลี่ยน ทำให้โกดักตัดสินใจยื่นขอรับความคุ้มครองตามกฎหมายล้มละลาย เพื่อให้บริษัทสามารถปรับโครงสร้างของบริษัทใหม่ในปี 2012  และสามารถปรับโครงสร้างทางธุรกิจได้สำเร็จในปีถัดมา และได้ผันตัวมาจับธุรกิจผลิตยารักษาโรค (มาถูกทางแล้วจ้า ในยุคที่ใครๆ ก็ใส่ใจในเรื่องสุขภาพ)

บริษัทได้ทำการผลิตวัตถุดิบหลักสำหรับเวชภัณฑ์บางส่วนแล้ว ดังนั้นภารกิจใหม่ของบริษัทจึงเป็นเพียงการขยายกำลังการผลิต Jim Continenza ซีอีโอของ Kodak บอก Julia Chatterley ของซีเอ็นเอ็นเมื่อวันพุธ และเขายังกล่าวว่า จะต้องใช้เวลาประมาณสามถึงสามปีครึ่งในการสร้างกำลังการผลิตใหม่

บริษัทจะจ้างพนักงานประมาณ 359 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรัฐนิวยอร์ก และสร้างงานทางอ้อมอีกประมาณ 1,200 ตำแหน่ง Continenza บอกกับ Chatterley

“เรารู้สึกดีใจที่จะมีการจ้างงานที่นิวยอร์ก” เขากล่าว

ถึงแม้ว่า โกดัก จะได้รับประโยชน์จากการที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์นำกฎหมาย “การผลิตเพื่อกองทัพ” ออกมาปัดฝุ่นใช้อีกครั้ง โกดัก นอกจากจะได้รับงบลงทุนเพื่อไปดำเนินการผลิตยา เพื่อมวลมนุษย์ชาติ แล้วยังเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับธุรกิจการผลิตยาของบริษัทอีกด้วย Continenza กล่าวยกย่อง Andrew Cuomo ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กหลายครั้งในระหว่างการสัมภาษณ์ เขากล่าวว่า “ผมไม่ได้ข้องเกี่ยวกับการเมือง ผมเป็นนักธุรกิจ เพราะเราทำธุรกิจ”

ที่มา: https://edition.cnn.com/