FOREIGN NEWS

พนักงานของ Amazon เกือบ 1,000 คนได้วางแผนหยุดงานประท้วงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

พนักงานอเมซอนเกือบ 1,000 คน กำหนดนัดหยุดงานประท้วงเพื่อเรียกร้องให้บริษัทอเมซอน- ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซของสหรัฐอเมริกา หันมาเป็นกระบอกเสียงอย่างจริงจังเสียที เพื่อให้ทั่วโลกตระหนักถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่มีผลกระทบต่อประชากรทุกคนบนโลกใบนี้
พนักงานอเมซอนกลุ่มนี้จะนัดหยุดงานเพื่อประท้วงบริษัทในกรณีที่บริษัทอเมซอนนั้นถือว่าเป็นบริษัทด้านอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ระดับโลกและเป็นบริษัทที่มีศักยภาพสูงในการเป็นผู้นำ เพื่อเรียกร้องและรณรงค์ให้มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้หันมาตระหนักและช่วยกันแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก แต่พนักงานกลุ่มนี้มองว่าบริษัทอเมซอนนั้นไม่จริงจังในการช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องนี้เท่าที่ควร
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (9 กันยายน 2562) พนักงานอเมซอนกลุ่มนี้ หรือที่รู้จักกันในนามว่า ” กลุ่มพนักงานอเมซอน เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมชาติให้กับสภาพภูมิอากาศโลก” ได้มีการโพสต์จดหมายบนโลกออนไลน์ เพื่อเรียกร้องให้บริษัทอเมซอน ในฐานะที่เป็นยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซระดับโลกและเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำที่สุด หันมาเป็นผู้นำในการช่วยรณรงค์ และเชิญชวนประชากรโลก มาร่วมด้วยช่วยกันในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกที่แปรเปลี่ยนไปอย่างจริงจัง
กลุ่มพนักงานอเมซอน เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมชาติให้กับสภาพภูมิอากาศโลก ได้กำหนดวันนัดหยุดงานประท้วงที่จะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562 นี้ โดยจะจัดก่อน ” งานชุมนุมประท้วงเพื่อสภาพภูมิอากาศโลก” ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่หลายประเทศจัดขึ้นพร้อมกันโดยใช้เวลา1 สัปดาห์เต็ม เพื่อเรียกร้องให้พนักงานทุกคนหยุดงานเพื่อประท้วงให้ประชากรโลกหันมาตระหนักรู้และตระหนักแก้ไขปัญหาเรื่องสภาพภูมิอากาศโลกที่แปรเปลี่ยนไป อย่างจริงจัง
อเมซอนมีพนักงานจากทั่วทุกมุมโลกที่ราว 600,000 คน ดังนั้นเมื่อเทียบกับกลุ่มพนักงานที่รวมตัวประท้วงที่ราว 1,000 คนนั้น ถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยนิด แต่ข้อเรียกร้องของพนักงานอเมซอนกลุ่มนี้จัดว่าใหญ่โตมโหฬารกันเลยทีเดียว
มาดูตัวอย่างข้อเรียกร้องว่ามีอะไรกันบ้าง อาทิเช่น ทางกลุ่มพนักงานอเมซอนผู้ประท้วง ประสงค์จะให้อเมซอนหยุดให้เงินสนับสนุนแก่เหล่าบรรดานักการเมืองและนักล็อบบี้ยิสต์ที่ไม่ใส่ใจในเรื่องสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง หรือแม้แต่เรื่องที่ทางกลุ่มประสงค์จะให้บริษัทอเมซอนทำการทดสอบยานพาหนะที่ใช้ระบบไฟฟ้าในการขับเคลื่อนมาใช้ในเมืองต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของอเมซอน ซึ่งทางพนักงานอเมซอนกลุ่มนี้ ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า มันคือ ” วิกฤต” หากว่าอเมซอนจะรอให้ถึงปี 2030 เสียก่อน ถึงจะได้เวลาหยุดปล่อยมลภาวะเป็นพิษโดยสิ้นเชิง หรือเป็น 0 นั่นเอง
“Amazon เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีนวัตกรรมมากที่สุดในโลก” ทางกลุ่มกล่าว “เราภูมิใจในการเป็นผู้นำ แต่เมื่อต้องเผชิญกับวิกฤติสภาพอากาศ ผู้นำที่แท้จริงคือผู้ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์เป็นบริษัทแรก ไม่ใช่เลื่อนเวลามาจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายที่เป็นไปได้”
ผู้บริหารของอเมซอน ได้ให้ข้อมูลกับทางสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นบิสซิเนสว่า ตามที่ทาง ” กลุ่มพนักงานอเมซอน เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมชาติ ให้กับสภาพภูมิอากาศโลก” นั้นพยายามเรียกร้องให้บริษัทอเมซอนทำข้อเรียกร้องต่างๆ นั้น ในส่วนของประเด็นที่พวกเขาเน้นคือวิกฤตสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งทางผู้บริหารของอเมซอนนั้นตระหนัก และให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งและถือเป็นพันธสัญญาของบริษัทที่ได้ดำเนินการอยู่ และไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด ทางบริษัทมีทีมงานที่มีคุณภาพคอยดำเนินการศึกษา พัฒนา และหาวิธีการใดๆ มาดำเนินการเพื่อลด หรือทำให้หมดไปกับสิ่งใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปอย่างยั่งยืน
เมื่อช่วงต้นปีนี้ บริษัทได้เปิดตัวโครงการ Shipment Zero ซึ่งมีเป้าหมายในการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ภายในปี 2030 จากการขนส่งครึ่งหนึ่งของบริษัท บริษัทยังยืนยันด้วยว่าอีคอมเมิร์ซและระบบCloudนั้นปล่อยมลพิษน้อยกว่าการเดินทางไปช้อปปิ้งเองและon-premises data centers
อเมซอน ได้กล่าวในแถลงการณ์ว่า ” ตลอด10 ปีที่มาผ่าน ทางบริษัทมีทีมงานคุณภาพกว่า 85 คน ที่ร่วมทำ ” โปรแกรมพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” ที่มีหน้าที่คิดค้น วิจัย และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากโปรแกรมนี้ทำให้บริษัทอเมซอนสามารถกำจัดหรือลดขยะได้ถึงกว่า 244,000 ตัน เป็นต้น
บริษัทอเมซอน และกลุ่มพนักงานที่เรียกร้องเรื่อง สภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงเคยมีการพูดคุยในเรื่องนี้กันแล้วในช่วงที่มีการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทอเมซอนในเดือนพฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา ทั้งนี้มีพนักงานกว่า 7,600 คนได้ร่วมลงรายชื่อเพื่อเรียกร้องให้บริษัทอเมซอนซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ระดับโลกดำเนินการเป็นบริษัทผู้นำในการรณรงค์ และแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกโดยต้องมีการจัดทำแผนงานการรณรงค์ และการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกอย่างเป็นรูปธรรมและจริงจัง
Jeff Bezos ซีอีโอของAmazon กล่าวในเวลาที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นที่น่ากังวล “มันยากที่จะหาประเด็นที่สำคัญกว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เขากล่าว “มีความคิดริเริ่มมากมายที่กำลังดำเนินการ และยังไม่แล้วเสร็จ แต่เราจะคิดถึงสิ่งนี้ให้มากขึ้น เพราะเราชอบคิดค้นและสร้างสรรค์”

ที่มา: https://edition.cnn.com/