FOREIGN NEWS

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนยังไม่มีท่าทีที่จะสิ้นสุดลง เมื่อมีการประกาศใช้อัตราภาษีศุลกากรใหม่

ปัญหาการกีดกันทางการค้าระหว่าง 2 ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาและจีน หรือที่เรียกว่า “สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน” นั้นดูท่าแล้ว จะไม่จบลงง่ายๆ ในเร็ววันซะแล้วสิ เพราะต่างฝ่ายต่างประกาศขึ้นอัตราภาษีนำเข้าจากประเทศคู่กรณีกันไปมา อย่างไม่ลดลาวาศอก
ทั่วโลกต่างเกาะติดข่าวสารแบบวันต่อวันตลอดช่วงระยะเวลา 1 ปีเต็ม จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการค้าของสองประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกอย่างสหรัฐ และจีน ที่ดูจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม2562 ที่ผ่านมาไม่กี่วันนี้ จัดได้ว่าเข้มข้นแบบสุดๆแล้ว ทำให้ทั่วโลกต่างสงสัยว่า สองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกจะหันหน้ากลับมาตั้งโต๊ะเจรจากันอีกครั้ง หรือว่า จะเพิ่มความเผ็ดร้อนตอบโต้กันไปมา โดยการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าจากประเทศคู่กรณีให้สูงขึ้นอีก
การตั้งกำแพงภาษีนำเข้าฉบับล่าสุดระหว่างกันของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศจีนนั้นเริ่มมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาการสั่งเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าให้สูงขึ้นอีกแบบรัวๆ ของทั้งสองประเทศระหว่างกัน ได้เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศในช่วงเดือนสิงหาคม 2562 ว่าสหรัฐจะกำหนดกำแพงภาษีนำเข้าจากประเทศจีนที่ 10% แต่แล้วก็กลับลำ คิดภาษีนำเข้าจากประเทศจีนให้สูงขึ้นอีกเป็น 15 % โดยสินค้านำเข้าจากจีนมีมูลค่าสูงถึง 300 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ประเทศจีนก็มีมาตรการตอบโต้ทันควันเช่นกัน ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาจาก 5% เป็น 10% โดยสินค้านำเข้าจากสหรัฐมีมูลค่าประมาณ 75 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ทางการของสหรัฐอเมริกาล่าสุดได้ขยายเป้าหมายในการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติมเข้าไปในหมวดของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศจีนอาทิเช่น ทีวี และหมวดเครื่องแต่งกาย ซึ่งก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มลูกค้าชาวอเมริกันที่จะต้องซื้อสินค้าที่มีราคาแพงยิ่งขึ้นจากการตั้งกำแพงภาษี แต่เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวอเมริกันในเบื้องต้น ทางการสหรัฐจึงได้มีการชะลอการการจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่เพิ่มขึ้นกับสินค้ากว่าครึ่งหนึ่งจากจำนวนทั้งหมดออกไปจนถึง 15 ธันวาคม 2562
การประกาศเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้ากันไปมาระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ส่งผลให้ผู้ประกอบการ และนักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลกต่างพากันวิตกกังวลว่า จะยิ่งส่งผลให้เศรษฐกิจโลกนั้นชะลอตัว จนอาจนำไปสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอยกันทั้งระบบเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังไม่มีทีท่าให้เห็นเลยว่า สงครามการค้าระหว่างกันของสองประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกจะมาถึงจุดที่เรียกว่า ” การสงบศึกชั่วคราว”
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีที่นักข่าวยิงคำถามในประเด็น” เป็นไปได้หรือไม่ที่ ท่านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะมีการหารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ในช่วงสุดสัปดาห์นี้”
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวแต่เพียงว่า ” ผมไม่สามารถตอบพวกท่านทั้งหลายได้ เว้นแต่ทางการของสหรัฐจะมีการหารือกับทางการของจีน และผมก็ไม่สามารถตอบพวกท่านทั้งหลายได้ว่า ผมจะมีการนัดหารือเป็นการส่วนตัวกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน หรือไม่ด้วยเช่นกัน”
และประธานาธิบดี Donald Trump ยังกล่าวอีกว่า บริษัทที่มีระบบการจัดการไม่ดีกำลังใช้เรื่องภาษีเป็นข้ออ้างให้กับปัญหาทางธุรกิจของพวกเขา
ตลาดหุ้นทั่วโลกต่างอยู่ในภาวะวิตกกังวลตลอดทั้งสัปดาห์ ความคิดเห็นของประธานาธิบดีDonald Trump ว่า จีนได้โทรสายตรง เพื่อจะบอกถึงความปรารถนาที่จะกลับไปสู่การเจรจา นั่นทำให้ตลาดถีบตัวสูงขึ้น แต่ท่าทีตอบกลับของรัฐบาลจีนที่ดูเย็นชา เพราะว่าโฆษกกระทรวงต่างประเทศกล่าวว่า เขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับการพูดคุยสายตรงดังกล่าว นั่นทำให้ตลาดกลับมาสู่ความสับสนอีกครั้ง
โฆษกประจำกระทรวงพาณิชย์ของประเทศจีน ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า” ประเทศจีน มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปํญหาทางการค้ากับประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย ท่าทีที่สงบ ” คำตอบนี้ช่วยทำให้ตลาดหุ้น Wall Street และตลาดหุ้นเอเชียขยับขึ้นมาอยู่ในแดนบวกในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว
Jeffrey Halley – นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโส ประจำภูมิภาคเอเชียแฟซิฟิกของOanda ได้เขียนบทความไว้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ” ดูเหมือนว่าคำตอบดีๆ ที่โฆษกประจำกระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ให้สัมภาษณ์ไว้ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนในตลาดหุ้นได้มากทีเดียวในช่วงนี้”
ในช่วงนี้ยังไม่ค่อยจะมีข่าวดีเข้ามาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโลกเท่าที่ควรในขณะที่หลายฝ่ายต่างมุ่งหวังให้ทางการของสหรัฐอเมริกา และ ทางการของจีน หันหน้ากลับมาตั้งโต๊ะเจรจาทางการค้าอีกรอบในช่วงเดือนกันยายนนี้แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ยังไม่มีทีท่าจากทั้งสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกว่าจะหันหน้ามาเจรจาทางการค้ากันอีกเมื่อใด กระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ออกมาแสดงความเห็นว่า ” ประเทศสหรัฐอเมริกาต้องยุติคำสั่งประกาศขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนก่อนที่จะมาตั้งโต๊ะเจรจาทางการค้าเพื่อให้ทั้งสองประเทศสามารถไปต่อได้”
Gao Feng โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ประเด็นที่เราควรพูดถึงคือการยกเลิกภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้นของสินค้าจีนที่มีมูลค่า 550,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงครามการค้าเกิดความรุนแรงเพิ่มขึ้น เขากล่าวถึงอัตราภาษีศุลกากรใหม่ที่จะบังคับใช้ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ รวมถึงการปรับขึ้นอัตราภาษีของสหรัฐที่ประธานาธิบดี Donald Trumpได้ขู่ว่าจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม
“ฉันเชื่อว่าตลาดได้ตีความการพัฒนาความสัมพันธ์ในแง่ดีเกินไป” Iris Pang นักเศรษฐศาสตร์ชาวจีนของ ING Group เขียนในวันศุกร์
ก่อนอื่นเลย มันเป็นเรื่องยากมากที่ประธานาธิบดี Donald Trump จะยอมถอยกลับอย่างรวดเร็ว Iris Pang กล่าวเสริมว่า มันไม่แน่นอนว่าการเจรจาที่จะเกิดขึ้นในเดือนกันยายนจะมีนัยสำคัญ
“แม้ว่าทั้งสองฝ่ายอาจยืนยันในเงื่อนไขล่วงหน้ากับอีกฝ่ายในการเจรจาเพิ่มเติม” Iris Pang กล่าวเสริม “และสำหรับทั้งคู่แล้ว เงื่อนไขในการเจรจาจะต้องได้รับเป็นความยินยอมจากฝ่ายตรงข้ามก่อน นั่นส่อให้เห็นว่าการเจรจาจะไม่มีความคืบหน้า”

ที่มา: https://edition.cnn.com/