FOREIGN NEWS

ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 60 เหรียญสหรัฐ เนื่องจากพายุที่จะเข้าพัดถล่มอ่าวเม็กซิโก

การประกาศเตือนพายุโซนร้อนเตรียมถล่มอ่าวเม็กซิโก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กพุ่งขึ้นแตะระดับที่ 60 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งทะยานแตะระดับที่ 60 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล หลังจากมีประกาศเตือนจากทางการว่าจะมีการก่อตัวของพายุโซนร้อนแบร์รี่ ได้สร้างความวิตกกังวลอย่างหนักต่อนักลงทุน, ผู้ผลิตน้ำมันดิบ และประชาชนทั่วไป ส่งผลทันทีต่อการหยุดชะงักการผลิตน้ำมันดิบในอ่าวเม็กซิโก
CME ได้ให้ข้อมูลว่าสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐที่จะทำการส่งมอบในเดือนสิงหาคมนั้น ราคาได้พุ่งสูงขึ้นถึง 4.5% มาแตะระดับที่ 60.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล. นอกจากนี้ทาง Refinitiv ได้มีรายงานออกมาว่า นับเป็นครั้งแรกที่การซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้ามีราคาสูงติดต่อกันมาถึงเจ็ดสัปดาห์นับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
ศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติสหรัฐ ได้พยากรณ์ว่าพายุโซนร้อนแบร์รี่จะก่อตัวในอ่าวเม็กซิโกเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา และจะทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นพายุเฮอร์ริเคนในวันเสาร์ ส่งผลให้เกิดแผ่นดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลันเป็นบริเวณกว้างในรัฐหลุยเซียนา
นักยุทธศาสตร์สินค้าโภคภัณฑ์ของ ING ได้รายงานว่า ผู้ผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในอ่าวเม็กซิโกต่างพากันอพยพคนงานออกจากแท่นขุดเจาะ และทะยอยปิดการผลิตที่แท่นขุดเจาะบริเวณนอกชายฝั่งออกไปก่อน จนกว่าสภาพอากาศจะกลับเข้าสู่สภาวะการณ์ปกติ
ข้อมูลจากสำนักงานบังคับด้านความปลอดภัยสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐระบุว่ามีการอพยพพนักงานด้านการผลิต 15 แห่ง รวมไปถึงพนักงานที่แท่นขุดเจาะอีกสี่แห่งในอ่าวเม็กซิโก ส่วนแท่นขุดเจาะอีกสามแห่งได้ย้ายฐานที่ตั้งเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน
นอกจากนี้ทางนักยุทธศาสตร์สินค้าโภคภัณฑ์ของ ING ยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าที่อ่าวเม็กซิโกนั้นเคยเป็นแหล่งผลิตน้ำมันดิบส่งป้อนเข้าโรงไฟฟ้า แต่ในช่วงหลังมาร์เก็ตแชร์ลดลงไปมาก
สถาบันปิโตรเลียมแห่งสหรัฐได้ให้ข้อมูลว่า จากความวิตกกังวลต่อสถานการณ์พายุโซนร้อนก่อตัวในอ่าวเม็กซิโก และจะทวีความรุนแรงจนกลายเป็นพายุเฮอร์ริเคน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในสต็อกสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ ได้รายงานตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐได้มีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ที่มา: https://edition.cnn.com/