FOREIGN NEWS NEW UPDATE

Apple โดนผลกระทบจากสงครามทางการค้า ทำให้ยอดขาย iPhoneลดลงกว่า 8 ล้านเหรียญสหรัฐ

บริษัท Apple อาจต้องเผชิญกับยอดขายไอโฟนหดหายอย่างหนักหากมาตรการข่มขู่การขึ้นอัตราภาษีศุลกากรครั้งล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อจีนประสบความสำเร็จ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Dan Ives – นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยี ของหลักทรัพย์ Wedbush ได้เขียนบทความวิเคราะห์ถึงสถานการณ์สงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาที่มีต่อจีนว่า การขึ้นอัตราภาษีศุลกากรกับสินค้าที่นำเข้าจากจีนนั้นจะส่งผลกระทบทำให้ยอดขายไอโฟนในสหรัฐอเมริกาหดหายไปกว่า 6 – 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปีหน้าและนั่นหมายถึงรายได้ของ Apple จะหายไปกว่า 4 % ในปี 2020
เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐได้ขู่จะขึ้นอัตราภาษีศุลกากรอีก 10 % สำหรับสินค้าที่จะนำเข้าจากจีนที่มีมูลค่าถึงกว่า 300 พันล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งความจริงเป็นสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษีนำเข้าเพิ่ม เพียงเพราะสินค้าต่างๆของจีนเหล่านั้นจะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกานั่นเอง
Dan Ives มองว่าการข่มขู่ที่จะขึ้นอัตราภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั้นจะทำให้ความมืดมนกลับมาปกคลุมสำนักงานใหญ่ของApple ที่ Cupertino ในรัฐแคลิฟอร์เนียอีกครั้ง ดังนั้น Apple เองก็จะต้องเตรียมปรับตัวตั้งรับและหาทางปรับกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อที่จะผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่างๆ ไปให้ได้
“Apple ถูกจับให้ยืนอยู่ตรงกลางของการต่อสู้ระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับรัฐบาลจีน” Dan Ives กล่าว Apple เป็นตัวอย่างที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากสงครามทางการค้า
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ของสหรัฐ ยังคงกังวลในเรื่องสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาที่มีต่อจีน ว่าจะส่งผลให้ไอโฟนมีต้นทุนในการผลิตที่สูงขึ้นมาก และแน่นอนว่าการตั้งราคาขายของไอโฟนก็จะต้องตั้งราคาที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากกระแสข่าวนี้ส่งผลทันทีทำให้ราคาหุ้นของไอโฟนตกลงมา 2 % เมื่อปิดตลาดในพฤหัสที่ผ่านมา และลดต่ำลงอีก 1 % เมื่อปิดตลาดซื้อขายในวันศุกร์ที่ผ่านมา
แม้ว่า Dan Ives เชื่อว่า Apple จะสามารถลดค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเก็บภาษีศุลกากรได้โดยการปรับห่วงโซ่อุปทาน แต่กระบวนการดังกล่าวเป็นไปอย่างเชื่องช้า Apple อาจจะย้ายฐานการผลิตiPhoneระหว่าง 5% และ 7% ไปยังอินเดียและเวียดนามในอีกสองปีข้างหน้าหากสถานการณ์ทางด้านภาษีจะเลวร้ายขึ้น
แต่ Apple ก็ไม่สามารถจะทิ้งฐานที่ประเทศจีนได้ทั้งหมด และนั่นทำให้ลูกค้า iPhone ลังเลที่จะต้องจ่ายเงินมากขึ้น โดยอาจจะชะลอการซื้อหรือมองหาสมาร์ทโฟนประเภทอื่นมาใช้แทน
ช่วงเวลาที่จะมีการจัดเก็บอัตราภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้นได้สร้างอุปสรรคทางการค้าให้กับบริษัท Apple เป็นอย่างมากทีเดียว ความจริงทาง Appleเองเพิ่งจะประกาศรายได้ของบริษัทว่า ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เยอะ นอกจากนี้ทางตลาดหุ้นวอลล์สตรีทยังเห็นด้วยกับคำแถลงการณ์ของ Tim Cook ซีอีโอของบริษัท Apple ที่ว่า Apple เองพยายามที่จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสโดยจะหั่นราคาขายไอโฟนในจีนเพื่อให้สามารถแข่งขันทางการตลาดในประเทศจีนให้ได้มากที่สุด

ที่มา: https://edition.cnn.com/