FOREIGN NEWS

ยอดขายบ้านมือสองลดลงเกือบ 18% ในเดือนเมษายน

ยอดขายบ้านมือสองในเดือนเมษายนลดลงมากที่สุดในรอบสิบปี ตามรายงานของสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งสหรัฐอเมริกา หรือ NAR
ยอดขายบ้านมือสองลดลง 17.8% จากเดือนมีนาคม จากยอดคำสั่งซื้อบ้านทั่วสหรัฐอเมริกาที่มียอดขายมากที่สุดในภาคตะวันตก ยอดขายโดยรวมลดลง 17.2% จากปีที่แล้ว NAR รายงาน
Lawrence Yun หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ NAR กล่าวว่าการล็อกดาวน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมถึงเมษายนในรัฐส่วนใหญ่ทั่วสหรัฐ ทำให้การซื้อขายบ้านต้องหยุดชะงักชั่วคราว แต่รายชื่อที่อยู่ในตลาดยังคงดึงดูดผู้ซื้อ และกระตุ้นราคาบ้านให้พุ่งสูงขึ้น
ยอดขายบ้านมือสองในเดือนเมษายนอยู่ในระดับที่ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2010 นอกจากนี้ นับเป็นยอดขายบ้านที่ลดลงมากที่สุดเมื่อเทียบเดือนต่อเดือนนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2010
แต่ในขณะที่จำนวนบ้านที่ขายในเดือนเมษายนลดลง แต่ราคาบ้านเฉลี่ยอยู่ที่ 286,800 เหรียญสหรัฐ โดยเพิ่มขึ้น 7% จากปีที่แล้วและมีราคาสูงขึ้นในทุกภูมิภาค ราคาบ้านเฉลี่ยของประเทศในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นเป็นเวลา 98 เดือนติดต่อกันเมื่อเทียบปีต่อปี
“อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์น่าจะยังคงอยู่จนถึงสิ้นปีนี้ และจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันอุปสงค์ที่อยู่อาศัย เนื่องจากเศรษฐกิจของรัฐต่างๆ กำลังกลับมาจากการเริ่มปลดล็อกดาวน์อย่างต่อเนื่อง Lawrence Yun กล่าว “ยังคงต้องมีรายชื่อผู้ขายเพิ่มมากขึ้นและการก่อสร้างบ้านที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อการควบคุมการเพิ่มขึ้นของราคา”
จำนวนสต็อกบ้านที่พร้อมซื้อขายมีจำนวนจำกัดในหลายตลาดตั้งแต่ก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า
สต็อกบ้านในตลาดทั้งหมด ณ สิ้นเดือนเมษายน มีจำนวนทั้งสิ้น 1.47 ล้านหน่วย ซึ่งลดลง 20% จากปีที่แล้ว
“ข้อมูลที่ยังคงไม่ชัดเจนของเดือนเมษายน ส่งผลให้ผู้ขายหลายรายถอนรายชื่อออกจากตลาด และผู้ซื้อชะลอการตัดสินใจซื้อในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจผันผวนเช่นนี้” Joel Kan รองประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัยฝ่ายพยากรณ์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมกล่าว
ขณะนี้หลายรัฐทั่วประเทศค่อยๆ เริ่มปลดล็อกดาวน์กลับมาเปิดเมืองอีกครั้ง การเด้งกลับภายในห้าสัปดาห์ของการซื้อขายบ้านผ่านแอปพลิเคชั่นที่ถูกรายงานจากการสำรวจการใช้งานรายสัปดาห์ของ MBA อาจเป็นข้อที่บ่งชี้ว่าเดือนเมษายนถือเป็นจุดต่ำสุดของการซื้อขายบ้าน Joel Kan กล่าว
“การซื้อขายบ้านอาจเริ่มทรงตัวและขยับตัวขึ้นในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า” Joel Kan กล่าว

ที่มา: https://edition.cnn.com/