FOREIGN NEWS

หนี้ทำให้ฟอร์ดถูกลดความเชื่อมั่นสู่ระดับขยะ

สภาพคล่องทางการเงินที่ย่ำแย่ รวมทั้งยอดหนี้สินจำนวนมหาศาลทำให้มูดี้ส์ ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของค่ายรถยนต์ฟอร์ดลงมาสู่สถานะที่มีความเสี่ยงสูง หรือ สถานะขยะ กันเลยทีเดียว
เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา ( 9 กันยายน 2562) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง มูดี้ส์ ได้ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของค่ายรถยนต์ฟอร์ดของสหรัฐอเมริกาลงมาอยู่ในสถานะที่มีความเสี่ยงสูงหรือสถานะขยะ โดยทางมูดี้ส์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ค่ายรถยนต์ฟอร์ดยังต้องเผชิญกับความท้าทายที่ถาโถมประดังกันเข้ามาในหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นสภาพคล่องทางการเงิน ยอดหนี้สินจำนวนมหาศาลยอดขายในตลาดหลักที่ลดลง และยังต้องเผชิญกับกฎระเบียบที่จะมีผลต่อค่ายรถยนต์ในเรื่องการปล่อยมลภาวะเป็นพิษจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และทิศทางแนวโน้มที่ผู้คนหันมาสนใจรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น นอกจากนี้ฟอร์ดยังมีแผนที่จะปรับโครงสร้างของบริษัทที่ต้องใช้เวลาหลายปีในการดำเนินการ และมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้มูดี้ส์ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ค่ายรถยนต์ฟอร์ด กำลังจะจัดทำแผนการปรับโครงสร้างของบริษัทใหม่ เนื่องจากฟอร์ดนั้นมีสภาพคล่องทางการเงินที่อ่อนแอ รวมทั้งยอดทำกำไร นั้นแย่กว่าที่ทางมูดี้ส์คาดการณ์ไว้อีกด้วย
ข่าวการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทส่งผลกระทบต่อหุ้นของบริษัท โดยที่หุ้นฟอร์ดลดลง 3% ในการซื้อขายล่วงหน้าในวันอังคาร และเมื่อสิ้นสุดของวันลดลงต่ำกว่า 1.3%
การต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ทำให้ทั้งค่ายรถยนต์ฟอร์ด และค่ายรถยนต์รายใหญ่ๆ ของสหรัฐอเมริกา ต่างต้องประสบกับความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจ และเสี่ยงที่จะต้องเจอะเจอกับสภาพการขาดทุนทั้งในตลาดหลัก และตลาดรอง
ในอดีตเมื่อปี 2012 นั้น ค่ายรถยนต์ฟอร์ด เคยได้รับการจัดอันดับจากมูดี้ส์ว่า เป็นบริษัทที่ได้รับความน่าเชื่อถือสูง สมควรที่จะร่วมลงทุนได้
ค่ายรถยนต์ฟอร์ด ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางบริษัทกำลังจะจัดทำแผนการปรับโครงสร้างบริษัทให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ตามขั้นตอน เพื่อพัฒนาปรับปรุงธุรกิจ และบริษัทยังมีเงินสดเพียงพอในการบริหารจัดการให้ทุกอย่างลุล่วงไปได้ด้วยดี
“ฟอร์ดยังคงมีความมั่นใจอย่างมากในแผนการและความคืบหน้าของเรา ฐานรากของธุรกิจของเรามีความแข็งแกร่ง งบดุลของเราก็มีความแข็งแกร่ง และเรามีสภาพคล่องอย่างมากในการลงทุนในกลยุทธ์ที่ดึงดูดความสนใจสำหรับอนาคต” บริษัทกล่าวในแถลงการณ์
การปรับโครงสร้างบริษัทที่ประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคม 2018 ควรรวมค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินสดประมาณเจ็ดพันล้านเหรียญสหรัฐ และค่าใช้จ่ายพิเศษเมื่อเทียบกับรายรับรวมเป็นจำนวนหนึ่งหมื่นหนึ่งพันล้านเหรียญสหรัฐในช่วงระยะเวลาสามถึงห้าปี
ผู้บริหารกล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทจะต้องกลับมาให้ความสำคัญกับส่วนที่มีการเติบโตที่สามารถทำกำไรได้ เช่น รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไร้คนขับ และเพิกเฉย
บริษัทยังคงทำกำไรได้ในปีที่ประกาศแผนการปรับโครงสร้างเป็นครั้งแรก แต่ก็ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดส่วนใหญ่ที่จะดำเนินการปรับโครงสร้าง หรือแม้แต่จะบอกว่าจะทำการเปลี่ยนแปลงในส่วนใดบ้าง

ที่มา: https://edition.cnn.com/