BUSINESS MOVEMENT NEW UPDATE

ธุรกิจขนาดใหญ่เริ่มปลดแรงงาน หวังประคองกิจการ

นายปรัชญา สมะลาภา รองประธานหอการค้าไทยและประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออก หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้หอการค้าไทยอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์ธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน รวมถึงการแข็งค่าของเงินบาท เนื่องจากพบว่าธุรกิจขนาดใหญ่ในภาคตะวันออก เริ่มใช้มาตรการปลดแรงงานต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เพื่อประคองกิจการ ซึ่งเป็นการปลดพนักงานรายวัน และพนักงานที่ไม่มีศักยภาพมากขึ้น จากก่อนหน้าเป็นการใช้มาตรการลดการรับพนักงานใหม่ การเลิกการทำโอทีและประหยัดรายจ่ายต่าง ๆ
ทั้งนี้จากการติดตามพบว่ากลุ่มอุตสาหกรรมกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และเป็นอุตสาหกรรมหลักในการสร้างรายได้เข้าประเทศ มีการปลดคนแล้ว โดยเฉพาะยานยนต์และชิ้นส่วนที่ไม่เคยเจอสถานการณ์ดังกล่าวมานาน แม้ในช่วงปี 51-52 ซึ่งเป็นวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ทั่วโลกได้รับผล กระทบ หรือน้ำท่วมใหญ่ในปี 54 แต่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ยังประคองตัวได้ยกเว้นบางบริษัทที่มีปัญหาเฉพาะราย อย่างไรก็ตามจากการติดตามสถานการณ์กลุ่มยานยนต์ได้รับผลกระทบจากยอดส่งออกที่ชะลอตัวในเกือบทุกตลาด ส่วนตลาดในประเทศยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
“ที่ผ่านมาธุรกิจต่าง ๆ มีการเตรียมแผนรับมือจากวิกฤติเศรษฐกิจหรือเศรษฐกิจชะลอตัวอยู่แล้วโดยเริ่มจากการเตรียมความพร้อมการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง แต่หากเศรษฐกิจหรือผลดำเนินการยังไม่ดีแผนต่อไปก็มีการลดคนงานลง เน้นกลุ่มรายวัน แรงงานไร้ฝีมือแล้วนำเทคโนโลยีมาทดแทน แต่ในส่วนของแรงงานฝีมือบริษัทต่าง ๆ ไม่อยากที่จะเลิกจ้างเพราะหากเศรษฐกิจฟื้นเมื่อไหร่อาจเกิดปัญหาการแย่งแรงงานได้และแผนสุดท้ายคือการปิดโรงงาน มั่นใจว่าตอนนี้หรือระยะสั้นคงไม่เกิดขึ้นแน่นอน ในส่วนของการปรับขึ้นค่าแรงนั้นไม่อยากให้มีการพูดถึงในตอนนี้เนื่องจากแต่ละบริษัทก็อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องประคองกิจการ”
ที่มา : เดลินิวส์