FOREIGN NEWS

ประธานาธิบดีจะต้องมีบุคลิก, คุณสมบัติ, ลักษณะ, ความสามารถ, ความรอบรู้แบบไหนกันล่ะ

ประธานาธิบดีจะต้องมีบุคลิก, คุณสมบัติ, ลักษณะ, ความสามารถ, ความรอบรู้แบบไหนกันล่ะ ที่คุณอยากจะได้มาเป็นผู้นำประเทศของคุณ ดังนั้นคุณจะต้องพิจารณาใคร่ครวญอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจลงคะแนนเสียงกันเลยทีเดียว

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และทีมงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของโดนัลด์ ทรัมป์ ดูจะมีความมั่นอกมั่นใจว่า การจัดให้มีการโต้วาที ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่ใกล้จะถึงนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน ได้แสดงวิสัยทัศน์ของตัวเค้าเอง ให้ได้กลับมายืนโด่ดเด่นได้เป็นอย่างดี  ได้ดีกว่า ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี อย่าง โจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ซึ่งจะทำให้สยบผลสำรวจจากโพลล์สำนักต่าที่มีผลออกมาว่า เค้านั้นมีคะแนนตามหลัง โจ ไบเดน อยู่หลายขุม ในหลายรัฐกันเลยทีเดียว ผลโพลล์เหล่านั้น ทำให้ประธานาธิิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มองว่า มันไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด 

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประสงค์ที่จะให้มีการขยับวันในการโต้วาทีครั้งแรกระหว่าง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ของสหรัฐอเมริกา จากพรรครีพับลิกัน และ โจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี จากพรรคเดโมแครต โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ผ่านการทวิตไปเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา โดยระบุว่า “การโต้วาที เป็นการแสดงวิสัยทัศน์ต่างๆ ที่จำเป็นและสำคัญของผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐ มันคืองานบริการเพื่อประชาชนชาวอเมริกันทุกคน ที่ทั้ง โจ ไบเดน และผมนั้นจะต้องให้บริการกับประชาชนชาวอเมริกันทุกคน” ไม่รู้ว่าคำกล่าว ดังกล่าวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นการพูดประชดใครหรือไม่ว่า ให้ความสำคัญกับงานที่ต้องบริการประชาชน หลังจากที่ก่อนหน้านั้นได้มีการกล่าวโจมตีการโหวตทางไปรษณีย์อยู่หลายครั้งหลายครากันเลยทีเดียว  

คณะกรรมการการเลือกตั้งของสหรัฐ มีมติคัดค้านคำขอ ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะขอให้มีการจัดโต้วาทีให้เร็วขึ้นอีก โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ให้เหตุผลว่า “ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้นสามารถรอคอยที่จะฟังการโต้วาทีที่จะจัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพียงหนึ่งครั้ง หรือหลายครั้งก็ตาม ก่อนที่จะมีการส่งบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของพวกเค้าเข้ามา”  “การจัดให้มีการโต้วาที สัก 3 ครั้งๆ ละ 90 นาที ก็ถือว่าเหมาะสมเพียงพอให้กับผู้ฟังที่เป็นผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา”  นอกจากนี้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า หากทั้งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี เป็นสมัยที่ 2 และผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี โจ ไบเดน  มีการร้องขอเข้ามาทั้งคู่ว่า ขอให้เลื่อนวันจัดการโต้วาทีให้เร็วขึ้นอีก ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งก็พร้อมจะพิจารณาอนุมัติตามคำขอ.

การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ปฎิเสธตามคำขอของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ นั้นก็ถือว่าเป็นผลดีสำหรับ ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่าง โจ ไบเดน อย่างแน่นอน มันก็เหมือนกับคำกล่าวที่อดีตโฆษกทำเนียบขาว อย่างโจ ล็อกฮาร์ด ได้เคยเขียนไว้ว่า “มันเป็นกิจที่โง่เขลาที่จะต้องเข้ามาแข่งขันกับใครบางคนที่ไม่ปฎิบัติตามกฎกติกานั่นเอง” 

การโต้วาทีในฝั่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็คงหนีไม่พ้นที่จะกล่าว ประวัติผลงานของการเป็นประธานาธิบดีมา 1 สมัยว่าทำอะไรให้กับประชาชน และประเทศสหรัฐบ้างในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตลอด 4 ปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นก็จะเหมือนๆ กันกับผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี  ที่จะต้องกล่าวถึง นโยบายแนวทางการบริหารประเทศหากได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐ และการพูดถึงความสามารถ ความเป็นมืออาชีพ การบริหารงานที่โด่ดเด่นเหนือคู่แข่ง หากได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจของโลก นอกจากนั้นแล้วการแสดงออกซึ่งสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียงที่น่าสนใจ ยังสามารถดึงดูดความสนใจให้ผู้ฟังเห็นคล้อยตาม ท่ามกลางสื่อจากทุกสำนัก ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ อีกด้วย 

แน่นอนล่ะว่า การฟังการโต้วาทีของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐ นั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อชาวอเมริกันทุกคนที่ต้องการจะเห็นถึงวุฒิภาวะ ความเป็นผู้นำคนทั้งประเทศ ที่จะต้องมีทั้งความฉลาดทางอารมณ์  ความฉลาดทางความคิด ความฉลาดทางการคิดนโยบายการบริหารประเทศแบบมืออาชีพ การตอบคำถามที่รวดเร็วและโดนใจผู้ฟัง   รวมทั้งการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าหากถูกกดดันจากคู่แข่งทางการเมืองนั่นเอง

ลักษณะของการโต้วาทีแบบที่เราๆ ท่านๆ เคยเห็นแบบเดิมๆ อาจมีอันต้องแปรเปลี่ยนไปหรือไม่อย่างไร หากการแพร่ระบาดของเจ้ามหันตภัยร้ายโควิด-19  ยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างหนักและต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกา ที่มีผู้ติดเชื้อไปมากกว่า 4 ล้านคน และผู้คนชาวอเมริกันต้องจบชีวิตจากการติดเชื้อโรคระบาดดังกล่าวอีกจำนวนมากมายก่ายกอง และนี่เป็นสิ่งที่ชาวโลกคงต้องจับตามองกันต่อไปแล้วล่ะจ้ะ

แน่นอนล่ะว่า สไตล์ใครก็สไตล์มัน ดูอย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ จากพรรครีพับลิกัน ผู้มีบุคลิกเด็ดเดียว  ฝีปากกล้า ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับสิ่งใดๆ หากสิ่งนั้นไม่ตรงกับความคิดเห็นของตนเอง ซึ่งถือได้ว่าเป็นปรากฎการณ์ที่แปลกแหวกแนวไปจากอดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาคนก่อนๆ ไปอย่างสิ้นเชิงกันเลยทีเดียว ในทางกลับกันกับบุคลิกของผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่าง โจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ที่มีบุคลิกที่ดูแล้วจะไม่โด่ดเด่นเอาเสียเลย ไม่คุ้นชินกับกล้องของนักข่าว พูดจาไม่คล่องแคล่วเอาเสียเลย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เค้าจะไม่มีอะไรดีเสียเลย หากเป็นเพราะ โจ ไบเดน นั้นตอบสั้น กระชับ ตรงประเด็นและปล่อยให้ ทรัมป์ เป็นทรัมป์ (จัดไปตามสไตล์ใครก็สไตล์มันกันเลยจ้า)

หากสหรัฐอเมริกา ต้องกลับมาเจอะเจอกับการแพร่ระบาดของเจ้ามหันตภัยร้ายไวรัสโควิด-19 รอบสองในช่วงฤดูใบไม้ร่วงแล้วล่ะก้อ อาจจะส่งผลต่อคะแนนนิยมในตัวประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ลดน้อยถอยลงไปอีกอย่างแน่นอน เนื่องจากประชาชนที่เคยเป็นฐานเสียงคะแนนนิยมในตัวประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ คงต้องหันกลับมาคิดทบทวนให้ดี สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่กำลังจะถึงนี้

ที่มา: https://edition.cnn.com/