FOREIGN NEWS

ตำรวจในออสเตรเลีย ผลักหญิงสาวรายหนึ่งไปกระแทกกำแพง เนื่องจากเธอนั้นไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในที่สาธารณะ

ทางฝั่งของตำรวจ ได้ชี้แจงว่า “ตำรวจตัดสินใจเข้าจับกุมหญิงสาวรายนี้ก็เนื่องจากเธอนั้น ไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆ กับทางตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นชื่อ นามสกุล ที่อยู่ และอื่นๆ ที่ตำรวจได้ทำการสอบถามไป”

ในภาพข่าวที่ปรากฎสู่สายตาสาธารณชนนั้น จะเห็นได้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งกำลังผลักหญิงสาวรายหนึ่งไปติดกับกำแพงด้วยมือทั้งสองข้างที่อยู่บนลำคอของเธอ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ตำรวจในออสเตรเลีย ชี้แจงว่า พวกเขาต้องปฎิบัติตามมาตรการ และคำสั่งของทางการที่ให้เข้มงวด กวดขัน และจับกุมผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะทุกราย เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดระลอก 2 ของไวรัสโควิด-19 ในเมืองเมลเบิร์น ของรัฐวิกตอเรียอย่างหนัก หากพบประชาชนไม่สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ จะต้องถูกจับและเสียค่าปรับทุกรายไป

นอกจากนี้ ทางตำรวจได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่บนถนนเวลลิงตัน ในเมืองเมลเบิร์น ของรัฐวิกตอเรีย ในช่วงเวลาห้าโมงเย็นอยู่นั้น พวกเขาได้พบหญิงสาวรายหนึ่ง อายุ 21 ปี ไม่สวมหน้ากากอนามัย จึงแสดงตัวเพื่อเข้าจับกุม

ภาพวิดีโอข่าวของเหตุการณ์ดังกล่าว ยังคงถูกเผยแพร่ออกไปผ่านทางโลกออนไลน์ ซึ่งจะมีเสียงของหญิงสาวรายดังกล่าว ร้องตะโกนซ้ำๆ ว่า “ฉันหายใจไม่ออกแล้วนะ” ในระหว่างที่ตำรวจนายหนึ่งกำลังเข้าจับกุมตัวหญิงสาวรายนั้นอยู่ ทันใดนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงคนหนึ่งพยายามเข้ามาช่วยจับกุมด้วยอีกแรง ทำให้หญิงสาวสู้สุดกำลัง ถีบเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงจนเสียหลักไป เมื่อเหตุการณ์ดูจะไม่หยุดลงง่ายๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชาย ผลักหญิงสาวที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยลงกับพื้นทางเท้าและกดเธอไว้ ก่อนที่จะนั่งคร่อมบนตัวเธอ ทำให้หญิงสาวที่กำลังถูกจับกุมร้องตะโกนถามซ้ำๆ ไปว่า “ฉันทำผิดอะไรและคุณตำรวจกำลังจะทำอะไรกับฉัน”

ขณะนั้นเอง ผู้ชายที่เป็นแฟนของหญิงสาวรายนั้น ก็ทำการบันทึกภาพเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ พร้อมตะโกนบอกตำรวจว่า “ปล่อยตัวเธอนะ ปล่อยตัวเธอสิ แฟนผมเค้าได้รับการยกเว้นไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัย” 

แฟนของหญิงสาวรายนี้ยังได้ให้ข้อมูลกับทางสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นด้วยว่า “ทางการต้องการให้พวกเราสวมหน้ากากอนามัยเพื่อความปลอดภัย ใช่มั๊ย? แต่การกระทำแบบนี้กับพวกเรา ยิ่งทำให้พวกเรารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยยิ่งกว่า การที่ตำรวจใช้กำลังเข้าจับกุมตัวกับผู้ที่ไม่สวมหน้ากากอนามัย และทำการเรียกเก็บค่าปรับเป็นเงินสูงถึง 140 ดอลลาร์สหรัฐ มันเป็นสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

นอกจากนี้ ทางตำรวจยังชี้แจงเพิ่มเติมด้วยว่า “หญิงสาวรายนี้ทำไมไม่แจ้งตำรวจขณะเข้าจับกุมว่า ตัวเธอนั้นได้รับการยกเว้นไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัย เหตุการณ์จะได้ไม่ไปไกลถึงขนาดนี้ แต่อย่างไรก็ตามตัวเธอนั้นได้ทำร้ายร่างกายตำรวจหญิงขณะปฎิบัติหน้าที่โดยการถีบเธอจนต้องเข้ารับการตรวจเช็คที่โรงพยาบาล นอกจากนี้ ตัวหญิงสาวรายดังกล่าว ยังได้กระทำการขัดขืนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้กำลังในการเข้าควบคุมตัวเธอในที่สุด” 

ตำรวจได้สรุปสำนวนกรณีดังกล่าวโดยมีใจความดังนี้: หญิงสาวรายนี้ได้ยอมที่จะระบุตัวตนของตนเองที่สถานีตำรวจ และไม่ถูกเรียกค่าปรับจากการไม่สวมหน้ากากอนามัย เพราะเธอได้รับการยกเว้นไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยจริง แต่จากการกระทำของเธอต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงถูกแจ้งข้อกล่าวหาข้อที่ 1. กระทำการขัดขืนมิให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตัวแต่โดยดี ข้อที่ 2. ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงจนได้รับบาดเจ็บจากการเข้าระงับเหตุ แต่ทางญาติของเธอก็ทำเรื่องยื่นขอประกันตัว และได้รับการประกันตัวออกไป แต่ต้องมาขึ้นศาลตามวัน และเวลาที่จะระบุต่อไปด้วย

ที่มา: https://edition.cnn.com/