FOREIGN NEWS

ตลาดหุ้นทั่วโลกและราคาน้ำมันร่วงลง ขณะที่นักลงทุนต้องเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์ในตลาดหุ้นที่ไม่อาจ ควบคุมได้อีกสัปดาห์

ตลาดหุ้นทั่วโลกและราคาน้ำมันร่วงลง ขณะที่นักลงทุนต้องเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์ในตลาดหุ้นที่ไม่อาจควบคุมได้อีกสัปดาห์
ตลาดหุ้นและราคาน้ำมันทั่วโลกดิ่งหนักอย่างต่อเนื่องอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องด้วยตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ นักลงทุนได้รับแต่กระแสข่าวที่ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุนเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น 1). ข่าวการแพร่ระบาดของมหันตภัยร้ายไวรัสโคโรน่า 2019 ที่ยังคงแผ่ขยายวงกว้างไปสู่นานาประเทศทั่วโลกอย่างหนัก ประกอบกับยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ อีกด้วย และ 2). ข่าวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้ขยายเวลาเรื่องของการรักษาระยะห่างทางสังคมต่อไปอีกอย่างน้อยทีิ่สิ้นเดือนเมษายน 2563 นี้
ราคาน้ำมันก็ลดลงด้วยเช่นกัน จากการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะมีการหยุดชะงัก และจากการที่
ซาอุดิอาระเบียได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ในการเข้าร่วมรบในสงครามราคากับประเทศผู้ผลิตน้ำมันอย่างรัสเซียและสหรัฐ เพื่อกลับมาได้รับส่วนแบ่งทางการตลาดอีกครั้ง
ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นลดลง 3.7% ดัชนี Hang Sang ของฮ่องกงลดลง 1.3% และ ดัชนี Shanghai Composite ของจีนลดลง 0.9% ส่วนดัชนี DAX ของเยอรมนีลดลง 1.4% ในช่วงต้นของการซื้อขาย ขณะที่ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศสลดลง 2.4% และดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษลดลง 2.3%
ตลาดหุ้นฟิวเจอร์ของสหรัฐก็ลดลงด้วยเช่นกัน ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลดลง 160 จุด หรือ 0.8% ส่วนดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ลดลงเล็กน้อย 0.6% และดัชนีแนสแด็กฟิวเจอร์ก็ลดลง 0.5%
เนื่องจากในปัจจุบันผู้คนบนโลกใบนี้ต่างสรรหาพลังงานทางเลือกอื่นมาใช้ในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น และกำลังเป็นเทรนด์มาแรงแห่งปีเลยก็ว่าได้ในเรื่องการรณรงค์ลดสภาวะโลกร้อน ทำให้กระแสความต้องการใช้น้ำมันนั้นหดหายไปอย่างมาก นอกจากนี้ซาอุดิอาระเบียยังประกาศพร้อมที่จะทำสงครามราคาน้ำมันกับรัสเซียอย่างเต็มกำลังอีกด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นมาตรฐานของราคาน้ำมันโลกลดลง 8.6% การซื้อขายล่าสุดอยู่ที่ 22.79 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันสหรัฐมีการซื้อขายที่ 20.27 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งลดลง 5.8%
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า รัสเซียกำลังหาทางเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง ซึ่งนำไปสู่อุปทานที่มากเกินไปในช่วงเวลาที่ความต้องการพลังงานลดลง แต่เจ้าหน้าที่ของซาอุดิอาระเบียกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า การเจรจาไม่ได้เกิดขึ้น แม้จะมีแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐเพิ่มขึ้น
การเริ่มต้นสัปดาห์นี้ด้วยบรรยากาศที่แสนเงียบเหงาแสดงให้เห็นว่า “การฟื้นตัวแบบจอมปลอมในสภาวะตลาดหมีจะเกิดขึ้นไม่นาน เนื่องจากนักลงทุนยังคงประเมินภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย บวกกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสที่ทวีความรุนแรงขึ้น” Margaret Yang นักวิเคราะห์ของ CMC Markets เขียนไว้ในวันจันทร์
ตลาดหุ้นใน Wall Street กลับมาเป็นบวกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และดัชนีดาวโจนส์ออกจากสภาวะตลาดหมี เพราะดัชนีกลับมาบวกมากกว่า 20% จากระดับต่ำสุด ในขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติและนายธนาคารกลางทั่วโลกต่างออกมาตรการเพื่อหนุนเศรษฐกิจที่กำลังอ่อนแอจากไวรัสโคโรน่า
เมื่อวันศุกร์ ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ลงนามในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือแรงงาน ธุรกิจ แลอุตสาหกรรมของอเมริกาที่ประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของไวรัส
แต่ไวรัสก็ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายครั้งใหญ่ที่สุดต่อเศรษฐกิจในขณะนี้ เนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกยังคงปิดตัว
Donald Trump ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่าสหรัฐจะขยายมาตรการ social distancing ออกไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน และเขากล่าวว่า เขาหวังว่าประเทศจะกลับมาฟื้นตัวได้ในวันที่ 1 มิถุนายน
ขณะนี้สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามากกว่าประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก โดยมีการยืนยันจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 143,000 ราย
ศูนย์ควบคุมโรคระบาดได้ออกคำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทาง เพื่อเร่งให้ผู้คนในรัฐนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ และคอนเนตทิคัตงดการเดินทางภายในประเทศที่ไม่จำเป็นออกไปก่อนเป็นระยะเวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์
ที่มา: https://edition.cnn.com/