FOREIGN NEWS

ตลาดหุ้นพุ่งทะยานจากรายงานตัวเลขการจ้างงานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ

ตลาดหุ้น ต่างพากันเฮโลพุ่งทะยานเพื่อขานรับกับกระแสข่าวดีจากทางรัฐบาลว่า ช่วงเดือนพฤษภาคม 2563 มีการจ้างงานที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่เศรษฐกิจซบเซามานานนั่นเอง

ตลาดหุ้นสหรัฐต่างพากันดีดตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ หลังจากที่รัฐบาลรายงานว่ามีการจ้างงานเพิ่ม 2.5 ล้านตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม และนั่นทำให้อัตราการว่างงานของประเทศลดลงเหลือ 13.3%

นักเศรษฐศาสตร์ต่างคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนตกงานเป็นจำนวนมาก และอัตราการว่างงานอาจพุ่งสูงถึง 20% แต่ปรากฏว่าหลังหลายรัฐทยอยเปิดเมืองส่งผลให้ชาวอเมริกันจำนวนมากกว่าที่คาดไว้กลับไปทำงาน
ดัชนีดาวโจนส์พุ่งสูงขึ้นเกือบ 830 จุด คิดเป็น 3.2% ส่วนดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 2.6% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้นมากกว่า 2% เมื่อสิ้นสุดการซื้อขายปิดตัวต่ำกว่าสถิติของวันที่ 19 กุมภาพันธ์เพียงเล็กน้อย
ดัชนี Nasdaq ที่มีหุ้นของบริษัทด้านเทคโนโลยีชื่อดัง เช่น Apple, Amazon และหุ้นที่เหลือของบริษัทอื่นๆ ที่เรียกว่า FAANG ก็มีการปรับตัวสูงขึ้นตลอดทั้งวันมาอยู่ที่ 9,846 จุด
บริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดห้ารายในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Apple, Microsoft, Amazon, Google และ Facebook มีมูลค่ารวม 5.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ส่วน Netflix ซึ่งเป็นหุ้น N ใน FAANG มีมูลค่าเกือบ 1.85 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 30% ในปีนี้
บริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดห้ารายในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Apple, Microsoft, Amazon, Google และ Facebook มีมูลค่ารวม 5.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ส่วน Netflix ซึ่งเป็นหุ้น N ใน FAANG มีมูลค่าเกือบ 1.85 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 30% ในปีนี้
แต่ตลาดไม่ได้มีเพียงแค่หุ้นเทคโนโลยีเท่านั้นที่ดีดตัวสูงขึ้น Boeing ซึ่งอยู่ในดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 11% จากมุมมองในแง่ดีเกี่ยวกับสายการบินของสหรัฐ ที่มีการเพิ่มเที่ยวบินในตารางบินมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน และหุ้นด้านการขนส่งได้ช่วยผลักดันตลาดในวงกว้างขึ้นและส่งผลให้ราคาหุ้นเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้
Bill Callahan นักยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนของ Schroders กล่าวว่า การขยายตัวของตลาดที่มากกว่าแค่หุ้นด้านเทคโนโลยีถือเป็นสัญญาณที่ดี

Bill Callahan กล่าวว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อตลาดและเศรษฐกิจในวงกว้างที่จะมีภาคธุรกิจที่มีมูลค่ามากกว่า เช่น ภาคอุตสาหกรรม พลังงาน และธนาคารเข้าร่วมด้วย

ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้นเกือบ 7% ในสัปดาห์นี้ และขณะนี้ลดลงเพียง 5% ในปีนี้ ส่วนดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นเกือบ 5% ในสัปดาห์นี้ และลดลงมากกว่า 1% ในปี 2020 และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 3.4% ในสัปดาห์นี้ และเพิ่มขึ้นมากกว่า 9% ในปีนี้
นักลงทุนไม่มีความวิตกกังวลใด ๆ ทั้งเรื่องการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของโรคโควิด -19 และความไม่สงบในประเทศ เนื่องจากประชาชนออกมาชุมนุมประท้วงเกี่ยวกับการฆ่า George Floyd ชายผิวสีที่ไม่มีอาวุธโดยตำรวจในเมือง Minneapolis
รายงานตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเป็นที่ยอมรับว่าเป็นข่าวดีแต่อาจจะเป็นข่าวดีแค่เพียงเดือนเดียวเท่านั้น แต่ JJ Kinahan หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์การตลาดของ TD Ameritrade กล่าวว่าเขาคิดว่าข้อมูลการจ้างงานในเดือนมิถุนายนที่จะมีการรายงานในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมจะแสดงให้เห็นถึงแรงกระตุ้นที่เพิ่มมากขึ้น นั่นจะเป็นผลดีต่อผลกำไรของบริษัทและราคาหุ้น
JJ Kinahan กล่าวว่าเขาคิดว่านักเศรษฐศาสตร์หลายคนคาดการณ์เรื่องตัวเลขการจ้างงานผิด เนื่องจากพวกเขาประเมินการต่ำเกินไปเรื่องจำนวนผู้คนที่สามารถกลับไปทำงานได้ และลืมคิดไปว่ายังมีบางส่วนของประเทศที่จำนวนผู้ป่วยโควิด -19 ไม่ได้เป็นปัญหาร้ายแรงอย่างที่เป็นอยู่ในเมืองใหญ่หลายเมือง
แต่นักเศรษฐศาสตร์คนอื่น ๆ ก็ยังคิดว่านักลงทุนจะต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน
“คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นจะมีการฟื้นตัวเป็นรูปตัววีอย่างชัดเจน และอาจจะสูงขึ้นไปอีกหน่อย” KC Mathews หัวหน้าฝ่ายการลงทุนของธนาคาร UMB Bank กล่าว
KC Mathews กังวลว่าการกลับมาของเศรษฐกิจจะยังคงเป็นไปอย่างช้าๆ และค่อยเป็นค่อยไป แม้ปรากฏว่าเศรษฐกิจได้ถึงจุดต่ำสุดในเดือนเมษายน
KC Mathews ยอมรับว่าหากผู้บริโภคยังคงแสดงความมั่นใจมากขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจและตลาดงาน การฟื้นตัวที่แข็งแกร่งอาจเป็นไปตามคำทำนาย
“ทุกสิ่งทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ หากผู้บริโภคตัดสินใจรักษามาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม คุณจะได้เห็นผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ หายป่วยและออกมาข้างนอก” KC Mathews กล่าว “นั่นจะเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับเศรษฐกิจ”

ที่มา: https://edition.cnn.com/