FOREIGN NEWS

ตลาดหุ้นทั่วเอเชียพุ่งตัวสูงขึ้น หลังจากสหรัฐอเมริกากับจีนตกลงที่จะเริ่มต้นการเจรจาการค้าครั้งใหม่

ตลาดหุ้นเอเชียทะยานอยู่ในแดนบวก เพื่อขานรับกับข่าวดีที่สหรัฐอเมริกาและจีนตกลงจะให้มีการเจรจาการค้าอีกครั้ง
ตลาดหุ้นเอเชีย ดูจะมีแนวโน้มที่สดใสมากขึ้นในช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องจากตอบรับกับข่าวดีที่สหรัฐอเมริกาและจีนบรรลุข้อตกลงจะให้มีการเจรจาด้านการค้าอีกครั้ง
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนอยู่ในแดนบวกตั้งแต่เปิดตลาดช่วงบ่ายและปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ 2% ในขณะที่ดัชนีนิกเคอิของญี่ปุ่นเองก็ขานรับกับข่าวดีดังกล่าวโดยปิดตลาดในแดนบวกเช่นกันที่ 2.1% รวมทั้งดัชนีคอมโพสิตของเกาหลีใต้ก็ขานรับกับข่าวดีในการหันหน้ามาเจรจาทางการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ทำให้ปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้นที่ 0.03%
ดัชนีฟิวเจอร์สของสหรัฐก็ปิดตลาดในแดนบวก หลังจากตลาดขานรับข่าวดีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าทางประเทศสหรัฐอเมริกาจะระงับการปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากรอัตราใหม่ที่มีต่อจีนไว้ก่อน รวมทั้งจะพิจารณายกเลิกข้อจำกัดบางข้อที่กำหนดจะให้มีผลบังคับใช้กับค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ของจีนอย่างหัวเว่ย เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดและการหยุดชะงักด้านการลงทุนของตลาดโลกให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ดัชนีดาวโจนส์ เองก็มีทิศทางที่ดีขึ้นปิดตลาดเพิ่มขึ้นไปถึง 200 จุด รวมทั้งดัชนีแนสแด็กก็ปิดตลาดในแดนบวกที่ 1.5%
ดัชนี S&P500 ได้รับแรงหนุนจากข่าวดีดังกล่าว ปรับตัวสูงขึ้นที่ 1.0 %
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาได้มีท่าทีที่อ่อนลง ได้กล่าวในที่ประชุมสุดยอดผู้นำG 20 ที่ประเทศญี่ปุ่นว่า ” บริษัทสัญชาติอเมริกาทุกบริษัทสามารถทำการขายสินค้า และอุปกรณ์ต่างๆ ให้กับหัวเว่ยของจีนได้ ตราบใดที่การทำธุรกรรมนั้นๆ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดๆ ที่มีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อประเทศสหรัฐอเมริกา”
จากแถลงการณ์ดังกล่าว ถือว่าเป็นการยกเลิกคำสั่งห้าม ที่มิให้บริษัทสัญชาติอเมริกาใช้อุปกรณ์สื่อสารของหัวเว่ยจากจีน จากเดิมในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาขานรับนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีคำสั่งห้ามมิให้บริษัทสัญชาติอเมริกาทำการขายสินค้า และอุปกรณ์ใดๆ ให้กับหัวเว่ยจากจีน หากไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติจากทางการของสหรัฐก่อน โดยทางการของสหรัฐให้เหตุผลว่า หัวเว่ยจากจีนนั้นเป็นบริษัทที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่งคงของสหรัฐ และใช้ผลประโยชน์ทางการค้าเพื่อนำไปประกอบการใดๆ ที่ไม่พึงประสงค์ต่อประเทศสหรัฐอเมริกา
ช่วงก่อนสุดสัปดาห์ ประธานาธิบดี Trumpได้พบกับประธานาธิบดีจีน Xi Jinping เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าและประเด็นเรื่องของบริษัท Huawei ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดในโลก ที่ได้กลายเป็นตัวจุดชนวนในการขัดแย้งครั้งนี้
ประธานาธิบดี Trumpกล่าวว่า เรื่องของบริษัท Huawei ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาทางการค้าระหว่างรัฐบาลสหรัฐและรัฐบาลจีน แต่ในตอนนี้ทางการสหรัฐจะอนุญาตให้บริษัทต่างๆ ของอเมริกาสามารถขายชิ้นส่วนให้กับบริษัทจีนได้อีกครั้ง
ยังคงมีความไม่ชัดเจนแม้จะมีการเจรจาในเบื้องต้น ความไม่แน่นอนว่าข้อตกลงนั้นจะบรรลุผลหรือไม่ อาจจะส่งผลให้เกิดความคลุมเครือกับตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง
อัตราภาษีที่ยังคงสูงอยู่ และยังคงส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และการบริหารงานของบริษัท Huawei ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนยังคงดูมืดมน ซึ่งอาจส่งผลทำให้ธุรกิจด้านเทคโนโลยียังคงอยู่ในภาวะตึงเครียด
นักวิเคราะห์จาก Eurasia Group ซึ่งเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมืองเขียนไว้ว่า “ข้อตกลงชั่วคราวช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้เพียงเล็กน้อย ในการแก้ไขประเด็นความขัดแย้งทางการค้าในเบื้องต้นที่เคยมีปัญหาระหว่างการเจรจาช่วงเดือนพฤษภาคม และนั่นก็ยังไม่ใช่ทางออกที่ชัดเจนสำหรับบริษัท Huawei

ที่มา: https://edition.cnn.com/