FOREIGN NEWS

Alibaba ตัดสินใจเลื่อนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง

เหตุประท้วงยืดเยื้อในฮ่องกง ทำอาลีบาบา – ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ชของจีนต้องชะลอแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงออกไป อย่างไม่มีกำหนด
สำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า อาลีบาบา – ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ชของจีน ตัดสินใจชะลอแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ประเทศฮ่องกง ออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด หลังจากที่มีการชุมนุมประท้วงยืดเยื้อมานานกว่า 11 สัปดาห์ และที่นี่ถือได้ว่าจะเป็นตลาดหุ้นแห่งที่ 2 ของยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ชของจีนอย่างอาลีบาบาที่สนใจจะเข้ามาระดมเม็ดเงินลงทุนในการต่อยอดขยายธุรกิจ ซึ่งอาลีบาบานั้นก็เคยประสบความสำเร็จมาแล้วครั้งเมื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ไปเมื่อหลายปีก่อน
นอกจากนี้ ทางสำนักข่าวรอยเตอร์ ยังได้ประมาณการว่า หากอาลีบาบา เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ประเทศฮ่องกงเมื่อใดแล้วล่ะก็ จะมีกระแสเงินลงทุนหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมหาศาลไม่ต่ำกว่า 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐกันเลยทีเดียว ซึ่งกำหนดการเดิมก่อนที่จะมีการเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด นั้นคือช่วงเดือนสิงหาคม 2562
มีแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้อีก 2 แห่ง ได้ออกมาเปิดเผยถึงมูลเหตุที่ทำให้ อาลีบาบา ต้องเลื่อนกำหนดการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ฮ่องกงออกไปอย่างไม่มีกำหนดทั้งๆ ที่ตั้งใจจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ประเทศฮ่องกงอยู่แล้วในเดือนสิงหาคม 2562 นี้ ก็มาจาก 2 ประเด็นหลักๆ คือ เรื่องปัญหาความมั่นคงทางการเงิน และเรื่องปัญหาทางการเมืองที่มีประชาชนหลั่งไหลมาร่วมเดินขบวน ชุมนุมประท้วง อย่างไม่ขาดสายตลอดช่วง 11 สัปดาห์ที่ผ่านมาในประเทศฮ่องกงนั่นเอง
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นบิสซิเนส ได้สอบถามไปที่อาลีบาบา ถึงกรณีที่มีข่าวลือทางการตลาดเข้ามามากมายนั้น ทางอาลีบาบา มีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งอาลีบาบา ขอไม่แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าว
สำนักข่าวรอยเตอร์ ได้มีการคาดการณ์ว่า อาลีบาบา นั้นอาจจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงได้ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2562 นี้ และเมื่อถึงเวลานั้นสถานการณ์ความวุ่นวาย การชุมนุมประท้วง ในประเทศฮ่องกง อาจคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นแล้วก็เป็นได้
เมื่อ 5 ปีก่อนนั้น อาลีบาบา – บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ชของจีน ได้นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจากับผู้มีหน้าที่กำกับดูแลหลักทรัพย์ของประเทศฮ่องกงในสมัยนั้นเนื่องจากในอดีต ตลาดหลักทรัพย์ของฮ่องกงจะไม่อนุญาตให้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีกออนไลน์ที่มีโครงสร้างขององค์กรเป็นแบบเจ้าของเป็นผู้บริหารระดับสูงแล้วเลือกผู้บริหารในระดับต่างๆ เข้ามาบริหารงานกันเอง ซึ่งทางตลาดหลักทรัพย์เกรงว่าจะเกิดการครอบงำในการบริหารงานขององค์กรให้เป็นไปตามทิศทางที่ต้องการ
แต่เมื่อปีที่ผ่านมา ทางตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ได้มีการแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบในการกำกับดูแลหลักทรัพย์ให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ทำให้อาลีบาบา สามารถนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ประเทศฮ่องกงได้ ซึ่งก็ตอบโจทย์ความต้องการของบริษัทที่มีอยู่แต่เดิมเมื่อครั้งอดีต จึงตัดสินใจที่จะนำบริษัทมาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง อีกครั้ง
สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็นบิสซิเนส ได้ข้อมูลจากบุคคลที่คร่ำหวอดในวงการหลักทรัพย์ว่ากระแสข่าวในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า อาลีบาบา สนใจที่จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงนั้น ก็มีเหตุผลหลักๆ อยู่ 2 ประการ คือ 1). เพื่อเพิ่มช่องทางในการระดมเงินทุนจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และ 2). เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับบริษัทนำไปต่อยอดพัฒนาธุรกิจได้อย่างไม่สะดุด
เมื่อ Alibaba เป็นบริษัทด้านอีคอมเมิร์ชยักษ์ใหญ่ เช่นเดียวกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอื่น ๆ ในจีนที่ต้องขยายธุรกิจหลักเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้
Kenny Tang – ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายวาณิชธนกิจ ของบริษัทหลักทรัพย์ Roystonได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ประเทศฮ่องกงนั้นยังคงเป็นประเทศที่ดีที่สุดที่ทางอาลีบาบา เลือกที่จะเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เนื่องจากฮ่องกงนั้นถือว่าเป็นประเทศที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินที่เปิดกว้างและเป็นสากลเมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์ของประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ ยิ่งไปกว่านั้นประเทศฮ่องกงยังเป็นประเทศที่มีนักลงทุนจากต่างประเทศสนใจเข้ามาลงทุนมากที่สุด
“หากสถานการณ์ของที่นี่สงบนิ่ง ฮ่องกงจะยังคงเป็นตัวเลือกแรกเสมอ” Kenny Tang กล่าวเสริม

ที่มา: https://edition.cnn.com/