FOREIGN NEWS

ดัชนีฟิงเจอร์ร่วงลง

เมื่อดัชนีฟิวเจอร์ร่วงลง ทำให้สภาวะตลาดกระทิงที่ยาวนานถึง 11 ปีนั้นต้องมีอันสิ้นสุดลงเมื่อวันพฤหัสบดี
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ได้ปิดฉากสภาวะตลาดกระทิงที่อยู่คู่กับตลาดหุ้นวอลล์สตรีทมาอย่างยาวนานลงอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวานนี้ (12 มีนาคม 2563) ไม่เว้นแม้แต่ ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ก็มิอาจที่จะรั้งสภาวะตลาดกระทิงที่ถือครองมายาวนานกว่า 11 ปีไว้ได้ ผู้เล่าขอให้คำอธิบาย คำว่า ตลาดกระทิง หรือ bull market ให้เข้าใจกันซะหน่อยว่า มันคืออะไร ตลาดกระทิง นั้นก็คือ ภาวะที่ตลาดหุ้นมีปริมาณการซื้อขายที่มาก มีสภาพคล่องสูงเป็นตลาดที่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า uptrend นั่นเอง
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลดลง 188 จุด หรือคิดเป็น 0.9%, ดัชนีแนสแด็กฟิวเจอร์ ก็ปรับตัวลดลงคิดเป็น 0.9% และดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ ก็มีการปรับตัวลดลงไป 0.8% ตามลำดับ
ดัชนี S&P 500 เข้าสู่สภาวะตลาดหมีหลังจากร่วงลงถึง 9.45% เมื่อวันพฤหัสบดีโดยลดลงมากกว่า 20% จากระดับสูงสุด และปรับตัวลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 1987 หรือที่เรียกว่า “Black Monday” ส่วนดัชนีดาวโจนส์ก็ต้องพบกับวันที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปี 1987 หลังจากตกอยู่ในสภาวะตลาดหมีเมื่อวันพุธ โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดตัวลง 2,353 จุดลดลงเกือบ 10% ส่วนดัชนีแนสแด็กก็ตกอยู่ในสภาวะตลาดหมีเช่นเดียวกัน คำว่าตลาดหมี หรือ bear market นั้นก็คือ ภาวะที่ตลาดหุ้น มีราคาหลักทรัพย์ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ปริมาณซื้อขายหุ้นน้อย ถือว่าเป็นตลาดขาลงหรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า downtrend นั่นเอง
ความกลัวเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่นั้นส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดและเศรษฐกิจทั่วโลก
เมื่อคืนวันพุธ (11 มีนาคม 2563) ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งห้ามการเดินทางจากยุโรปเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 30 วันเพื่อลดความเสี่ยงของมหันตภัยร้าย ไวรัสโคโรน่า 2019 ที่จะเข้ามาซ้ำเติมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่อยู่ในช่วงถดถอยของประเทศสหรัฐอเมริกา
ทางฝั่งยุโรป หุ้นของ Lufthansa, Air France-KLM และ British Airways ในเครือของบริษัท IAG ลดลงราว 15% เมื่อวันพฤหัสบดี ตลาดหุ้นยุโรปต้องประสบกับวันที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์โดย
ดัชนี Stoxx 600 ลดลงถึง 11%
ในขณะเดียวกัน หุ้นของสายการบินก็ได้ฉุดตลาดหุ้นของสหรัฐลงมา โดยหุ้นของ Boeing เมื่อสิ้นสุดวันทำการนั้นลดลงมากกว่า 18% ส่วนหุ้นของ American Airlines ลดลมากกว่า 17% ส่วนหุ้นของ United Airlines ลดลงเกือบ 25% และหุ้นของ Delta ลดลง 21%
ความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียและรัสเซียเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ก่อนก็ส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดโลก
ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดประกาศในวันพฤหัสบดีว่าจะอัดฉีดเม็ดเงินมากกว่าล้านล้านเหรียญสหรัฐเข้าสู่ตลาดในเร็วๆ นี้ การออกมาตรการณ์พิเศษนี้จุดประสงค์เพื่อคลายความวิตกกังวลของนักลงทุนที่กำลังตื่นตระหนก นักลงทุนหลายคนคาดหวังว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมในสัปดาห์หน้า
ที่มา: https://edition.cnn.com/