FOREIGN NEWS

ค่าเงินเปโซของอาร์เจนตินาอ่อนค่าลง 15 % หลังผลการเลือกตั้งทำให้นักลงทุนตื่นตระหนก

อาร์เจนตินา เจอวิกฤตนักลงทุนขาดความเชื่อมั่น หลังทราบผลรัฐบาลแพ้การเลือกตั้งรอบไพรมารีโหวต ทำค่าเงินเปโซดิ่งหนักอ่อนค่าไปกว่า 15 %
เมื่อวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2562 ประเทศอาร์เจนตินาต้องประสบกับความวุ่นวายทางเศรษฐกิจทั้งในเรื่องราคาหุ้น และค่าเงินเปโซที่ดิ่งหนักแบบสุดๆ หลังจากนักลงทุนทราบผลว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีเมาริซิโอ มากรี ผู้นำคนปัจจุบัน ต้องพ่ายแพ้การเลือกตั้งรอบไพรมารีโหวต ให้กับ อัลเบอร์โต เฟอร์นันเดซ ผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไป เนื่องจากนักลงทุนต่างพากันวิตกกังวลว่าพรรคที่ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจะใช้นโยบายประชานิยมแบบเดิมเข้ามาบริหารประเทศ จนส่งผลให้ประเทศอาร์เจนตินาเข้าสู่วิกฤตการณ์เงินเฟ้อขยายตัวขั้นรุนแรง จนยากที่จะเยียวยาได้
ค่าเงินเปโซของอาร์เจนตินาลดลง 15.3% เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนสองแห่งที่มีหุ้นของอาร์เจนตินาลดลงมากกว่า 20%
อัลเบอร์โต เฟอร์นันเดซ ผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไปได้คะแนนสูงถึงกว่า 47% ในการเลือกตั้งรอบไพรมารีโหวต ในขณะที่ประธานาธิบดีเมาริซิโอ มากรี ผู้นำคนปัจจุบันนั้นได้คะแนนทิ้งห่างอยู่ที่ 33 % ในการเลือกตั้งรอบไพรมารีโหวต เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา
การเลือกตั้งรอบไพรมารีโหวต ในประเทศอาร์เจนตินานั้นถือว่ามีส่วนความสำคัญต่อการชี้ชะตาทางการเมืองของประเทศว่า พรรคที่เป็นรัฐบาลอยู่ในปัจจุบัน จะสามารถได้รับชัยชนะจากการเลืิอกตั้งกลับเข้ามาบริหารประเทศในสมัยหน้าได้หรือไม่ รวมทั้งโอกาสยากง่ายเพียงใดที่ผู้สมัครท้าชิงจากพรรคอื่น จะสามารถคว้าชัย ชิงตำแหน่งเป็นผู้นำประเทศคนต่อไป จากเลือกตั้งจริงวันที่ 27 ตุลาคม 2562
เบนจามิน เกดาน – ผู้อำนวยการโปรเจกในอาร์เจนตินา จาก Wilson Center เรียกปฎิกิริยาตอบสนองจากตลาดครั้งนี้ว่า ” สัญญาณร้าย”
ธนาคารโลกได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ในประเทศอาร์เจนตินาว่าอยู่ในช่วงเศรษฐกิจถดถอยเป็นอย่างมาก อัตราการว่างงานของประชาชนอยู่ที่ 9.5% ภาวะเงินเฟ้อขยายตัวไปกว่า 55.8 % ทำให้นักลงทุนต่างพากันวิตกกังวลต่อผลของการเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนี้ (วันที่ 27 ตุลาคม 2562)หากว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีเมาริซิโอ มากรี ได้รับชัยชนะต่อเป็นสมัยที่สองก็จะได้สานต่อนโยบายรัดเข็มขัดต่างๆ ของทางรัฐบาลได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่รัฐบาลของเมาริซิโอ ได้ยื่นขอกู้เงินจากไอเอ็มเอฟเพื่อนำไปชำระหนี้และดำเนินการแก้ไขฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงปีที่ผ่านมา
ขณะที่ UBS กล่าวในบันทึกว่า คาดการณ์ว่ารัฐบาลของ Fernández จะเจรจาต่อรองข้อตกลงกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศอีกรอบ เพื่อหยุดการจ่ายดอกเบี้ยจากหนี้ภาครัฐระยะสั้นบางส่วนและหันมาใช้การควบคุมเงินทุนแทน Fernández ยังใช้นโยบายสายกลางมากกว่า Kirchner ซึ่งเคยลงมากำกับดูแลบริษัทพลังงานรายใหญ่ของประเทศ ในขณะที่ดำรงตำแหน่งอยู่
เบนจามิน เกดาน ได้แสดงทัศนะว่า ” จากการที่ประเทศอาร์เจนตินานั้นมีรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศในแต่ละสมัย จะมีมุมมองในการบริหารประเทศที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นับว่าเป็น ” จุดอ่อน” ที่ทำให้ประเทศชาติต้องเผชิญกับการหยุดชะงักทางเศรษฐกิจ ตามนโยบายของผู้นำประเทศ ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาบริหารประเทศอยู่เรื่อยไป”
เบนจามิน ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า ” สิ่งที่สำคัญก็คือ มันขาดความต่อเนื่องในการสานต่อนโยบายกับภาคธุรกิจ และภาคการลงทุน จึงเป็นที่มาที่ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น หากรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ได้รับการเลือกตั้งให้กลับเข้ามาบริหารประเทศเป็นสมัยที่สอง”

ที่มา: https://edition.cnn.com/