FOREIGN NEWS

คามาลา แฮร์ริส – ผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตนั้นมีเชื้อสายอินเดีย – จาเมกา

คามาลา แฮร์ริส – ผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตนั้นมีเชื้อสายอินเดีย – จาเมกา และนั่นคือสาระสำคัญที่ ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี อย่าง โจ ไบเดนพิจารณาเลือกเธอมาเป็น running mate / คู่ของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา อีกทั้งเธอยังมีคุณสมบัติที่เพียบพร้อมครบถ้วน ทั้งคุณวุฒิด้านการศึกษาและตำแหน่งทางการเมืองที่โด่ดเด่นนั่นเอง

คามาลา แฮร์ริส นั้นถือว่าเป็นสตรีผิวสีคนแรกของพรรคการเมืองใหญ่อย่างพรรคเดโมแครต ที่เลือกเธอให้เป็นผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา มารดาของคามาลา แฮร์ริส นั้นเกิดในประเทศอินเดีย ก่อนที่จะอพยพมาอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา และจบการศึกษาในระดับปริญญาเอก หากพิจารณาแล้วคามาลา แฮร์ริส ก็จะคล้ายๆ กับอดีตประธานาธิบดีผิวสี อย่าง บารัค โอบามา ที่มีเชื้อสายผสมแอฟริกัน-อเมริกัน และนั่นถือว่าเป็นข้อได้เปรียบของ คามาลา แฮร์ริส ในการเข้าถึงกลุ่มผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้ในหลายๆ กลุ่มเป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่เป็นชนผิวสี ที่มีความโกรธแค้นต่อตำรวจผิวขาว ที่ได้กระทำการวิสามัญฆาตกรรมชายผิวสี ที่ชื่อว่า จอร์จ ฟลอยด์ อย่างไร้มนุษยธรรม ยังมาซึ่งการประท้วงของชาวผิวสีไปทั่วโลกในเวลาต่อมากันเลยทีเดียว

อาซิส  ฮานิฟฟา – บรรณาธิการบริหารของหนังสือพิมพ์อินเดียฉบับหนึ่ง ได้ระบุว่า “ตัวเขาเองนั้นเข้าใจในความมีเชื้อสายของอินเดีย- อเมริกัน และการเมืองในสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างดี และแน่นอนล่ะว่า การที่ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต อย่าง โจ ไบเดน ได้ประกาศเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมาว่า โจ ไบเดน ได้ตัดสินใจเลือก คามาลา  แฮร์ริส ให้มาเป็น running mate ของเขา ก็เนื่องด้วย คามาลา แฮร์ริส นั้นมีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่สุดในช่วงเวลานี้นั่นเอง” 

อาซิส ฮานิฟฟา ได้สัมภาษณ์ คามาลา แฮร์ริส ว่า “คุณแม่ของคุณได้มีส่วนปลูกฝังวัฒนธรรม รวมถึงมรดกทางประเพณีอะไรบ้างให้กับตัวคุณ” 

คามาลา แฮร์ริส ตอบคำถามดังนี้: “คุณแม่ของฉันมีความภาคภูมิใจเป็นที่สุดในการที่เกิดมามีเชื้อสายอินเดีย รวมทั้งได้อบรมสั่งสอนให้เธอมีความภาคภูมิใจที่จะถ่ายถอดวัฒนธรรมของพวกเราในทุกๆ ครั้งที่มีโอกาส ดังนั้นพวกเราจึงจะมีการกลับไปเยี่ยมบ้านที่ประเทศอินเดียในทุกๆ 2 ปี นอกเหนือจากคุณแม่ที่เป็นแบบอย่างอันดีงามให้กับเธอมาโดยตลอดแล้ว ยังมีคุณตาอีกคนที่เป็นแบบอย่างของการเป็นผู้นำตัวยงในการต่อสู้เรื่องเสรีภาพ”

คามาลา แฮร์ริส ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “คุณตาของเธอชอบเดินออกกำลังกายในทุกๆ เช้าไปตามหาดทราย กับกลุ่มเพื่อนของท่านที่ปลดเกษียณแล้ว และเรื่องที่พูดคุยกันในกลุ่มเพื่อนก็มักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง การกำจัดคอร์รัปชั่นให้สิ้นซาก รวมถึงกระบวนการยุติธรรมในสังคม ซึ่งคำถามและคำตอบที่คุณตาของเธอและเพื่อนๆของท่านได้แสดงความคิดเห็นกันนั้น มันมีอิทธิพลต่อความคิด และความเป็นตัวตนของเธออย่างมากทีเดียว ในเรื่องของการมีความรับผิดชอบ, ความซื่อสัตย์, รวมทั้งอีกหลายๆ อย่างที่รวมเป็นเธอในวันนี้ เมื่อคิดถึงเรื่องราวเก่าๆ ก็ทำให้เธอเห็นได้ว่า อินเดีย นั้นเป็นประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตยที่เก่าแก่ของโลกกันเลยทีเดียว”

อาซิส ได้มีคำถามข้อต่อไปดังนี้: “จากประสบการณ์ของคุณคามาลา แฮร์ริส ในช่วงวัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิ เสรีภาพของประชาชน รวมทั้งการเป็นนักกิจกรรมตัวยงในเวลาต่อมานั้น มันเกิดจากการหล่อหลอมของคุณแม่ และคุณตา จนเป็นตัวตนของคุณในปัจจุบัน?” 

คามาลา แฮร์ริส ตอบคำถามดังนี้ว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราไม่สามารถพูดได้ว่า สิ่งใดนั้นยิ่งใหญ่หรือดีกว่าอีกสิ่งหนึ่งได้  เพราะทุกอย่าง มันมีความสมดุล ความพอดีต่อกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นความเป็นตัวตนของเธอ รวมถึงการได้รับการปลูกฝังที่ดีตั้งแต่วัยเด็กจวบจนปัจจุบันที่หล่อหลอมความเป็นเธอให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและอีกอย่างที่ฉันเชื่อเหลือเกินว่า ประโยชน์ของการได้เดินทางไปทั่วโลก การได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้คุณเข้าใจในตัวตนของผู้คนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะอยู่ในประเทศใดหรือใช้ภาษาใดในการสื่อสาร มันก็จะมีลักษณะที่คล้ายๆ กันอยู่มากกว่าส่วนที่แตกต่าง คุณว่าจริงมั๊ย”

อาซิส กับคำถามข้อสุดท้ายที่มีใจความว่า “มีนักการเมืองที่มีเชื้อสายอินเดีย-อเมริกัน บางรายที่ได้รับชัยชนะจากการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งจากผู้สนับสนุนที่เป็นกลุ่มชนเดียวกันที่ได้เทคะแนนเสียงให้ด้วยความเต็มใจ แต่พอได้รับการเลือกตั้งเข้ามา นักการเมืองบางรายเหล่านั้นกลับลืมความเป็นตัวตน หรือรากเหง้าของตนเองคุณคามาลา มีความคิดเห็นประการใดในเรื่องนี้?”

คามาลา  แฮร์ริส ได้ให้คำตอบดังนี้ “ฉันมีความภาคภูมิใจในรากเหง้าที่เป็นตัวตนของฉัน ฉันมีความภาคภูมิใจในการอบรมสั่งสอนจากครอบครัว, จากครูบาอาจารย์, จากเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัฒนธรรมถิ่นกำเนิดของฉัน, เรื่องสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมกัน, เรื่องความยุติธรรมในสังคม, เรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะพลเมืองที่ดีคนหนึ่งที่พึงมีพึงปฎิบัติ ก็อย่างที่ฉันได้ให้คำตอบไป ในคำถามข้อแรกๆ ว่า ทุกอย่างมันมีความสำคัญ มีความสมดุลที่เท่าเทียมกัน จนไม่สามารถแยกออกจากกันได้ และนั่นแหละคือโลกแห่งความเป็นจริง”

ที่มา: https://edition.cnn.com/