FOREIGN NEWS

เกาหลีใต้ลดระดับความสัมพันธ์ทางการค้ากับญี่ปุ่น

ประเทศเกาหลีใต้ถอดรายชื่อประเทศญี่ปุ่นออกจากบัญชีรายชื่อประเทศคู่ค้าที่ได้รับความไว้วางใจเพื่อเป็นการตอบโต้ญี่ปุ่นบ้าง หลังจากที่ประเทศทั้งสองเคยมีเรื่องบาดหมาง ความเจ็บแค้นที่ถูกกระทำไว้ จึงไม่ค่อยจะลงรอยกันตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ซึ่งในปัจจุบันการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศทั้งสองนั้น ดูจะยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นและแน่นอนว่า ผลกระทบจากการกีดกันทางการค้านี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานโลกของเหล่าบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี
Sung Yun-mo – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของเกาหลีใต้ ได้ออกแถลงการณ์ว่า ” ประเทศเกาหลีใต้ จะถอดรายชื่อประเทศญี่ปุ่นออกจากบัญชีรายชื่อประเทศคู่ค้าที่ได้รับความไว้วางใจ มาอยู่ในบัญชีเริ่มต้นใหม่” โดยทางเกาหลีใต้ให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นการตอบโต้ที่ญี่ปุ่นได้กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดหลักการขั้นพื้นฐานในเรื่องการควบคุมการส่งออกสินค้ามายังประเทศเกาหลีใต้
การที่ประเทศญี่ปุ่นได้ทำการลดระดับความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศเกาหลีใต้นั้น ได้ส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้ส่งสินค้าออกจากประเทศเกาหลีใต้จะต้องผ่านกระบวนการด้านเอกสารในการส่งสินค้าออกเพื่อนำเข้าประเทศญี่ปุ่นในหลายขั้นตอนจากเดิม, ระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติก็ใช้เวลาเนิ่นนานมากยิ่งขึ้น รวมทั้งอายุของใบอนุญาตก็ถูกจำกัดให้มีระยะเวลาสั้นยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ทางการของเกาหลีใต้ไม่ได้ออกมาเปิดเผยว่า เป็นสินค้าประเภทใดที่ได้รับผลกระทบไปเต็มๆจากมาตรการกีดกันทางการค้าของญี่ปุ่นที่มีต่อเกาหลีใต้
Sung Yun-mo – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของเกาหลีใต้ ยังได้ออกมาเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ” ประเทศเกาหลีใต้นั้นก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไร หากทางการของประเทศญี่ปุ่น จะยื่นเรื่องขอนัดเจรจาหรือหารือกับประเทศเกาหลีใต้ในเรื่องใดๆ ก็ตาม ทางการเกาหลีใต้ก็เปิดกว้างที่จะให้มีการเจรจา หากมีการร้องขอเข้ามาจริง”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของเกาหลีใต้ กล่าวถึงการตัดสินใจที่เกิดขึ้นนั้นมันสืบเนื่องมาจากผลของการหารือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาและ ” นั่นไม่ใช่เป็นมาตรการเพื่อโต้กลับไปยังทางการของประเทศญี่ปุ่นที่มีการออกและบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ไปเมื่อเร็วๆ นี้”
Sung Yun-mo ได้อ้างอิงถึงกรณีที่ทางการญี่ปุ่นได้ทำการลดระดับความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศเกาหลีใต้ลง ” จากระดับประเทศคู่ค้าที่ได้รับความไว้วางใจ” ลงมาเหลือเพียง ” ระดับประเทศคู่ค้าที่น่าสนใจ” เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งทางการญี่ปุ่นเองก็อ้างเหตุผลว่าเพื่อให้ประเทศเกาหลีใต้นั้นได้รับการปฎิบัติที่เท่าเทียมกันกับประเทศต่างๆ ในอาเซียนก็เท่านั้นเอง
จากความเปราะบางในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเกาหลีใต้ กับประเทศญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน จึงเปรียบเสมือนกองไฟที่พร้อมจะปะทุได้ตลอดเวลา โดยล่าสุดที่ทำให้ชนวนความขัดแย้งได้เริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้งก็คือ เริ่มจากเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ประเทศญี่ปุ่นได้ออกกฎระเบียบควบคุมปริมาณการส่งออกสินค้าประเภทสารเคมีจำนวน 3 ชนิด ที่ใช้เป็น ” สารกึ่งตัวนำ” เนื่องจากสารเหล่านี้จะเป็นส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและค่ายมือถือของประเทศเกาหลีใต้อย่าง ซัมซุง ที่จะนำมาใช้ในการผลิตชิป และการผลิตหน้าจอโทรศัพท์มือถือ การกีดกันทางการค้านี้ทำให้ประเทศเกาหลีใต้ต้องเผชิญกับการชะลอตัวและหยุดชะงักทางเศรษฐกิจ เนื่องจากมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะไปหาสารกึ่งตัวนำทั้ง 3 ชนิดนี้จากผู้ค้าในประเทศอื่น
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ญี่ปุ่นอนุมัติการส่งออกเคมีภัณฑ์หนึ่งรายการไปยังเกาหลีใต้เป็นครั้งแรก แต่เตือนว่าจะขยายข้อจำกัดได้ก็ต่อเมื่อมีข้อตกลงทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว
ข้อมูลจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ได้ระบุว่า ประเทศเกาหลีใต้นั้นเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศญี่ปุ่น โดยมีมูลค่าการซื้อขายสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นสูงถึงกว่า 54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าในกลุ่มเครื่องจักรอุตสาหกรรม, เคมีภัณฑ์ และรถยนต์ เป็นต้น
ความตึงเครียดระหว่างประเทศญี่ปุ่น และ ประเทศเกาหลีใต้ ที่ได้เริ่มก่อตัวทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นั้นก็เป็นผลพวงสืบเนื่องมาตั้งแต่ครั้งสมัยที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นนักล่าอาณานิคม และได้แผ่ขยายอาณาจักรไปยังคาบสมุทรเกาหลีในช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 ศาลสูงสุดของประเทศเกาหลีใต้ได้ตัดสินให้ประชาชนของเกาหลีใต้สามารถดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทของประเทศญี่ปุ่นที่บังคับใช้แรงงานประชาชนชาวเกาหลีใต้เยี่ยงทาสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศญี่ปุ่นได้ปฎิเสธต่อกรณีดังกล่าวว่า ทั้งสองกรณีนั้นมันไม่ได้เชื่อมโยงกันแต่อย่างใด
“ในฐานะเหยื่อของความทุกข์ทรมานจากลัทธิจักรวรรดินิยมญี่ปุ่นในอดีต ทางเราไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ นอกจากแก้แค้นโดยการตอบโต้ทางเศรษฐกิจต่อญี่ปุ่นอย่างสาสม” Moon Jae-in ประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าวเมื่อวันจันทร์ ตามบันทึกที่ถูกเผยแพร่ออกมาจากทำเนียบรัฐบาล

ที่มา: https://edition.cnn.com/