FOREIGN NEWS

ประเทศจีนเร่งผุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจซบเซาภายในประเทศอย่างหนัก

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนได้ใช้นโยบายทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศของจีน โดยการออกประกาศปรับลดสัดส่วนการกันเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ ลงอีก 0.5 %
ธนาคารกลางจีน ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางธนาคารได้ใช้นโยบายทางการเงินในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้สามารถขับเคลื่อนเดินหน้าได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยทางธนาคารกลางจีนได้ออกประกาศปรับลดสัดส่วนการกันเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ลงอีก 0.5 % ซึ่งถือเป็นการประกาศปรับลดเป็นครั้งแรกในรอบ8 เดือนที่ผ่านมา และก็จะมีการประกาศปรับลดสัดส่วนการกันเงิสำรองอีกในช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป การใช้มาตรการนี้จะช่วยให้มีเม็ดเงินเข้ามาเสริมสภาพคล่องทางเศรษฐกิจภายในประเทศได้สูงถึง 900,000 ล้านหยวน หรือราวๆ 126,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนตกต่ำลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบสามสิบปีในช่วงไตรมาสที่สอง การผลิตภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญสำหรับเศรษฐกิจของประเทศก็มีการเติบโตที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 17 ปี เศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกกำลังต่อสู้กับผลกระทบจากสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา รวมถึงความท้าทายในประเทศ เนื่องจากพยายามเป็นหนี้ให้น้อยลงเพื่อกระตุ้นการเติบโต
ธนาคารกลางจีน กล่าวในแถลงการณ์ว่า ” การปรับลดสัดส่วนการกันเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ลงอีก 0.5% จะทำให้มีเม็ดเงินประมาณ900,000 ล้านหยวนไหลเข้าสู่ระบบของสถาบันการเงินต่างๆ ให้สามารถปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการทั้งขนาดเล็ก และขนาดกลาง ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ถือเป็นการช่วยพยุง และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้โดยไม่สะดุด หรือล้มหายตายจากไป ก่อนเวลาอันควร อีกทั้งเป็นการช่วยสร้างคน สร้างงาน และกระจายรายได้สู่ชุมชน เพื่อพัฒนาความมั่นคงของสังคมให้เข้มแข็ง และยั่งยืนต่อไปได้”
มีความพยายามที่จะออกนโยบายนี้เพื่อดักหน้าช่วงเวลาที่ถูกจำกัดปริมาณการปล่อยสินเชื่อซึ่งมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับฤดูการยื่นภาษีในช่วงกลางเดือนกันยายน
นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีน ยืนยันหนักแน่นว่า ” ธนาคารกลางจีน มีการกำหนดวัตถุประสงค์ และเป้าหมายอย่างชัดเจนและรอบคอบทุกครั้ง ที่มีการประกาศใช้มาตรการใดๆ เพื่อนำมากระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นสาระสำคัญที่จะต้องยึดถือปฎิบัติอย่างเคร่งครัด ”
สำนักข่าวรอยเตอร์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ธนาคารกลางจีนได้มีการปรับลดสัดส่วนการกันเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ไปแล้วถึง 7 ครั้งตั้งแต่ช่วงต้นปี 2018 เป็นต้นมา และยังคงมีความเป็นไปได้มากที่เดียว หากประเทศจีนยังคงต้องเผชิญกับสภาวะความกดดันจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกประเทศที่เพิ่มขึ้น จนทำให้ธนาคารกลางจีน ต้องกลับมาพิจารณาทบทวนปรับลดสัดส่วนการกันเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ให้ต่ำลงอีกอย่างแน่นอน
Julian Evans-Pritchard นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศจีนของ Capital Economics กล่าวว่า เนื่องจากแรงปะทะทีมีต่อเศรษฐกิจจีนมาจากอุปสงค์จากภายนอกที่ลดลง และธุรกิจด้านการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ไม่ร้อนแรงเหมือนก่อน จึงมีแนวโน้มว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เราสงสัยว่า ธนาคารกลางจีนจะปรับลดอัตราเงินสำรองแค่ครั้งเดียวหรือไม่
Evans ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ” และหากธนาคารกลางจีน จะมีการปรับลดสัดส่วนการกันเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์แค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น คงจะไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนให้หลุดพ้นจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอยชะงักงันไปได้ คงจะต้องพึ่งความหวังเดียวเท่านั้น และนั่นก็คือการมีข่าวที่เป็นปัจจัยบวกแบบสุดๆ เข้ามาเป็นตัวกระตุ้นให้เศรษฐกิจที่ชะงักงันเกิดการคลายล็อคนั่นเอง”

ที่มา: https://edition.cnn.com/