You are here:  

ON-SITEs: INNOVATION GROUP

Wednesday, 24 April 2013 11:57 administrator
Print PDF



โรงงาน “อินโนเวชั่น กรุ๊ป” สร้างสรรค์นวัตกรรมยาง
พร้อมทดลองวิจัยเดินหน้าสู่อนาคตอย่างไม่หยุดยั้ง


เรื่อง/ภาพ อารินทร์  ปันทะวงศ์

อุตสาหกรรมยาง ถือเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นฐานของอุตสาหกรรมแทบทุกอุตสาหกรรม และมีการเกี่ยวเนื่องกันเป็นซัพพลายเชนขนาดใหญ่ ยังผลให้กลุ่มบริษัท อินโนเวชั่น กรุ๊ป ในวันนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่เน้นการวิจัยอย่างไม่หยุดยั้ง
การเติบโตควบคู่กับนวัตกรรมนี้ ทำให้ทีมงาน Thailand Industrial Today ไม่พลาดที่จะขอไปเยี่ยมชมโรงงาน และขอสัมภาษณ์ผู้บริหารของกลุ่มบริษัท อินโนเวชั่น กรุ๊ป เพื่อนำแนวคิด และแนวทางของอุตสาหกรรมมาเผยแพร่สู่ผู้อ่านต่อไป.....

แนวคิดและจุดเริ่มของอินโนเวชั่น กรุ๊ป

ดร.บัญชา ชุณหสวัสดิกุล ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง Innovation Group เผยถึงจุดเริ่มต้นของ Innovation Group ว่า ก่อนที่จะมาก่อตั้งบริษัทเองนั้น ได้ทำงานอยู่บริษัทอื่น เริ่มตั้งแต่เชลล์ และมาทำงานเป็นผู้จัดการภาคที่ประเทศฮ่องกงของ ดูปองด์ ประมาณ 5 ปี รวมแล้วทำงานเก็บประสบการณ์ 12-13 ปี จากนั้นเริ่มมองอนาคตและเห็นว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้มีการเกี่ยวเนื่องและ พัฒนาได้ จึงลาออกมาทำธุรกิจ โดยเริ่มต้นกับภรรยาเพียงสองคนด้วยเงินลงทุน 400,000 บาท


“ในขั้นแรกนั้นเป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายของดูปองด์ในประเทศไทย และเริ่มหาตลาดเอง ใช้ในชื่อ “บริษัทอินโนเวลชั่น จำกัด” แต่ด้วยความที่เป็นนักเคมีและเรียนจบมาโดยตรง เกิดแนวความคิดต่อยอดอีกว่า อุตสาหกรรมรองเท้า หรืออุตสาหกรรมอื่น ๆ อีกหลากหลายนั้นต่างต้องมีการพัฒนา เพราะเวลาที่เราขายสินค้า และมีการบรรยายสรรพคุณอย่างเดียวโดยเอาตามที่เขาบอกมาให้ขาย ก็ไม่ทราบผลที่เกิดขึ้นจริง จึงรวบรวมเงินทุนส่วนหนึ่งสร้างห้องทดลองขนาดเล็กขึ้นมา เริ่มวิจัยยางและพลาสติกอยู่ที่กรุงเทพฯ และจะเป็นการวิจัยยางเพื่ออุตสาหกรรมรองเท้าเป็นหลัก”


เมื่อมีการตั้งห้องวิจัยและเริ่มวิจัยยางเพื่อรองเท้านั้น ก่อนอื่นต้องเน้นว่าของเราไม่ได้เป็นการลงทุนที่สูงมากเหมือนรายอื่น ๆ แต่อาศัยคน อาศัยความรู้ต่าง ๆ นำมารวมกัน และมีการไปตั้งคำถามกับนักลงทุนว่า “รองเท้าของคุณต้องการอะไร” ก็มีความต้องการหลากหลายที่ผุดขึ้นมา จึงเอาความต้องการเหล่านี้มาแปลงเป็นตัวเลขและทำการวิจัยยาง พื้นรองเท้าจนใช้งานได้จริงและเบาสบาย


“ด้วยวิกฤติต้มยำกุ้ง ทำให้หลายธุรกิจประสบปัญหา ซึ่งของเราก็ย่ำแย่ แต่ด้วยผลงานวิจัยยางพื้นรองเท้า ทำให้มีบริษัทใหญ่สนใจและสั่งยางมาประมาณห้าร้อยตันต่อเดือน ทำให้วิกฤติในคราวนั้นกลายเป็นโอกาสของเราโดยปริยาย และมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอีกในอุตสาหกรรมอื่นต่อเนื่องเป็นซัพพลายเชน”ผู้ บริหาร อินโนเวชั่น กรุ๊ป กล่าว

บริษัทในเครือของอินโนเวชั่น กรุ๊ป
กลุ่มบริษัทอินโนเวชั่น ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2527 และพัฒนาองค์กรขึ้นมาจากองค์กรขนาดย่อม กระทั่งปัจจุบันกลุ่มบริษัทอินโนเวชั่น กลายเป็นผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมยางและโพลิเมอร์ ประกอบด้วย 9 บริษัท โดยแต่ละบริษัทดำเนินกิจการ และกิจกรรมที่แตกต่างกันไป ดังนี้ บริษัท ครีเอทีฟ โพลิเมอร์ จำกัด ให้บริการจัดหาและเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของ เซนต์โกเบ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ PTFE โค้ด เทกซ์ไทล์โปรดักส์ อีกทั้งยังเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับดูปองด์ในส่วนของMechanical Maintenance Product ได้แก่ Cares ส่วน Safety Product เช่น Kevlar และ Nomex อีกทั้งชุดป้องกันอุบัติภัยต่าง ๆ อาทิ ชุดดับเพลิง ชุดกันความร้อน ถุงมือกันบาด เทปซีล สายพานซีล และผ้าซีลที่ใช้งานบรรจุภัณฑ์


บริษัทพัฒนาธุรกิจสากล จำกัด ให้บริการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าพรีเมี่ยม ได้แก่ อุปกรณ์กอล์ฟ เครื่องแบบพนักงาน เพื่อรองรับความต้องการลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีทีมออกแบบและการตลาดที่มีประสบการณ์ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามา โดยตลอด


บริษัท เคมี อินโนเวชั่น จำกัด เป็นผู้นำในกลุ่มเคมีภัณฑ์ซึ่งได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนของบริษัท ชั้นนำ อย่าง DuPont Performance Elastomer ดูปองด์ teflon ดูปองด์ kevlar  ในผลิตภัณฑ์ Viton fluroelastomer Vamac ethylene acrylic elastomers  Neoprene polychloroprene  และ ดาวเคมิคอล ได้แก่ Nordel  Engage รวมทั้งสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมยาง สารเสริมประสิทธิภาพในพลาสติก ของดูปองด์ อินดัสเตรียล โพลิเมอร์ โดยใช้เทคโนโลยีพิเศษ และทีมเชี่ยวชาญพิเศษ ในการพัฒนาสินค้า ตามความต้องการของลูกค้า


กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ประกอบด้วย บริษัท พี ไอ อินดัสตรี จำกัด บริษัท แพน อินโน เวชั่น จำกัด บริษัท ครีเอทีฟ โพลิเมอร์ส จำกัด บริษัท ไทย-นิฮอน ซีล จำกัด โดยเป็นกลุ่มโรงงานที่รองรับการผลิตรับเบอร์คอมปาวด์ และพลาสติกคอมปาวด์ 40,000 ตัน/ปี จนถึงชิ้นส่วนยาง และยางขึ้นรูป เช่น โอริง ซีลต่าง ๆ ได้รับ ISO BS OHSAS 18001:2007 ISO 9001:2008 TIS 18001:1999 ISO 14001:2004 รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการบริหารอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ในส่วนของบริษัท ไทย-นิฮอน ซีลส์ จำกัด ประจำปี พ.ศ.2553


กลุ่มโรงงานมีความสามารถผลิตยางได้ทุกประเภทที่ใช้ในอุตสาหกรรม ตั้งแต่คุณภาพทั่วไปจนถึงคุณภาพสูง Chemical Masterbatch และพลาสติกคอมปาวด์ เช่น เทอร์โมพลาสติกคอมปาวด์ ครอบคลุมในอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมรองเท้า รวมถึงอุตสาหกรรมอื่น ๆ มากมาย


นอกจากนี้แล้วโรงงานของเรายังได้รับรองคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ โดยมีศูนย์การวิจัย พัฒนาโพลิเมอร์ส และยางที่มีเครื่องมือทันสมัยพร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางคอยให้บริการกับ ลูกค้าได้ทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ

 


เครื่องจักรที่ใช้ในโรงงานและกำลังการผลิต
โรงงาน พีไอ อินดัสตรี จำกัด ส่วนมากจะเป็นเครื่องผสมยาง ซึ่งผลิตคาร์บอนมาสเตอร์แบตช์ กำลังการผลิต 15,000 ตันต่อปี และจะเป็น FKM Compound  240 ตันต่อปี ซึ่งเป็นพวกไวตรอน เป็นยางพิเศษ พวกนี้มีราคาแพง เราใช้อุณหภูมิเป็นตัวควบคุม


โรงงานแพน อินโนเวชั่น ผลิตคาร์บอนมาสเตอร์แบต กำลังการผลิต 17,000 ตัน ฟีลเลอร์ คัลเลอร์มาสเตอร์ เแบตเป็นพวกยางสีประมาณ 9,000 ตัน และเป็น Plastic Couding ประมาณ 7,000 ตันต่อปี


โรงงานครีเอทีฟโพลิเมอร์  ยังจะใช้เครื่องผสมยาง กำลังการผลิตโดยรวมของ คาร์บอนมาสเตอร์แบตช์ประมาณ 10,000 ตันต่อปี


โรงงานไทย-นิฮอน ซีล เราจะใช้เครื่องอินเตอร์มิคเซอร์  เป็นอินเตอร์แมชชิ่ง ที่มาจากเยอรมนี เป็นเครื่องจักรใหม่ของเรา มีกำลังการผลิตของคาร์บอนแบล็คมาสเตอร์แบตช์ประมาณ  3,000 ตันต่อปี และคัลเลอร์มาสเตอร์แบตช์ประมาณ 9,000 ตันต่อปี

ระบบควบคุมในโรงงาน
สำหรับในโรงงานเราจะควบคุมทุกขั้นตอนด้วยคอมพิวเตอร์ซึ่งจะมีตัวควบคุมอยู่ หนึ่งตัว ทำหน้าที่ส่งข้อมูลทุกอย่างไปทุกขั้นตอน ทั้ง 4 โรงงานเราใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมเหมือนกันหมด


เริ่มด้วยการรับวัตถุดิบ เมื่อมาถึงแผนกแวร์เฮาส์จะตรวจสอบในเบื้องต้นก่อน ถึงลักษณะของสินค้า ขนาด จำนวนต่าง ๆ ตามพื้นฐานทั่วไป จากนั้นพวก QA จะต้องตัดยางไปตรวจสอบคุณสมบัติว่าได้ตรงตามที่สั่งไปหรือไม่ หากได้ตรงตามต้องการ ก็จะรับรองและประทับตรารับของ และปริ้นท์บาร์โค้ดออกมา จากนั้นจะตรวจสอบว่า ล็อต น้ำหนัก ว่าถูกต้องตรงตามโค้ดหรือไม่ และถ้าทุกอย่างผ่าน ก็จะจัดเก็บเข้าคลังต่อไป


โดยในแวร์เฮาส์จะควบคุมด้วยระบบเฟิสต์อิน เฟิสต์เอาท์ในการเอาไปใช้ โดยผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์เหมือนกัน เช่น มีสินค้า 3 ล็อต ล็อตที่เข้าไปก่อนคือ ล็อตที่ 3 จะถูกเรียกออกมาใช้ก่อนส่วนล็อตที่ 1 และ 2 จะถูกล็อกไม่สามารถนำออกมาใช้ได้


ส่วนของวัตถุดิบมีทั้งหมด 4 ประเภท คือ พวกคาร์บอนฟิลเลอร์  โพลิเมอร์ ออยล์ และเคมิคอล ซึ่งการนำไปชั่งใช้แต่ละแบบ เราจะใช้ผ่านระบบคัมบังซิสเต็ม  โดยเราจะใช้ชั่งโพลิเมอร์ และเคมีที่เราเป็นแบบแมนนวล ส่วนคาร์บอน และออยล์เราจะใช้ Automatic Feeding

กระบวนการผลิต
ในระบบคัมบัง สมมุติว่าเราจะชั่งเคมีหนึ่งตัว  เราจะต้องดูสูตรในการผลิต รหัสวัตถุดิบ น้ำหนักที่ต้องการ และบวกลบได้เท่าไหร่ ถ้าน้ำหนักที่ชั่งอยู่ในส่วนที่รับได้ ก็จะบันทึกลงได้คอมพิวเตอร์เพื่อการสอบกลับของ QA แต่ถ้ามีอะไรผิด เช่น วัตถุดิบ หรือน้ำหนักผิด คอมพิวเตอร์จะเตือนขึ้นมา แล้วเราจะไม่สามารถชั่งน้ำหนักอื่นต่อไปได้


เมื่อผ่านขั้นตอนการชั่งแล้ว เราจะมารับรองอีกครั้งด้วยน้ำหนักรวม จะมีทั้งเคมิคอลและโพลิเมอร์ มาตรวจสอบเพื่อรับรองอีกทีด้วยระบบคัมบังเหมือนเดิม ถ้าเกิดผ่านเราจะรับรองลงเครื่องมิคเซอร์ ซึ่งเครื่องมิคเซอร์จะต้องควบคุมสภาพการผสม  พวกพารามิเตอร์ที่เราจะควบคุม คือพวกอุณหภูมิ  หลังจากนั้นปล่อยลงสู่ลูกกลิ้ง เพื่อทำการดิสพัสชั่นอีกทีหนึ่ง  เป็นการควบคุมน้ำเข้า น้ำออก ที่จะหล่อลูกกลิ้ง ออกมาเป็นแผ่นยาง แล้วจะช่วยในการควบคุมความหนาของแผ่นยาง จากนั้นจะมีการตัดตัวอย่างที่ได้ ส่งให้ QC  เมื่อ QC ตรวจสอบแล้ว หากผิดสเปค ก็จะกดสัญญาณเพื่อหยุดไลน์การผลิตทันที แล้วนำเอาป้ายสีส้มไปติดที่ยาง จากนั้นฝ่ายผลิตจะแยกยางออก


เมื่อตรวจตัวอย่างผ่าน จะเข้ากระบวนการขจัดพวกโลหะ เหล็ก ไม่ให้ปนไปกับคอมปาวด์ จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการแพ็ค


ในกระบวนการบรรจุนี้ เราจะมีการควบคุม ตัวเลขคอมปาวด์  ชื่อสูตร ชื่อล็อตของคอมปาวด์  และพวกสี พวกลังบรรจุ ว่าต้องเป็นลังเหล็กหรือลังไม้  สีพลาสติกที่คลุม ทุกอย่างจะมีการบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลับได้


เมื่อเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายผลิตจึงจะปริ้นบาร์โค้ดออกมาอีกครั้งเพื่อให้ QC ตรวจสอบ โดย QC ก็จะต้องตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้งทั้งน้ำหนัก สี ขนาด ทุกอย่าง แล้วจึงมีตราประทับว่า OK จึงจะสามารถส่งให้ลูกค้าได้


สำหรับในตัวอย่างที่เราตัดส่งไป เราต้องดูว่าเคมีที่เราใส่ไป มีการกระจายตัวดีไหม  ส่วนผสมถูกต้องหรือไม่ และสินค้าที่สำเร็จแล้ว เราจะต้องตรวจสอบว่า ถูกต้องตามความต้องการของลูกค้าหรือไม่ กระบวนการสุดท้ายก่อนส่ง ต้องมีการรับรองจาก QC และเช็กสภาพอีกครั้งหนึ่ง จึงจะสามารถนำออกไปส่งยังลูกค้าต่อไปได้

 


อนาคตของยาง
ดร.บัญชา ถามคำถามนี้ย้อนมายังทีมงานว่า คุณคิดว่ารถยนต์คืออะไร???  ผมมองในว่าภายใน 5 ปี รถยนต์ในอนาคตคือ รถไฟฟ้า ระบบเบนซิน ระบบปิโตรเลียมที่แพงอยู่ ระบบควบคุมสิ่งแวดล้อม คาร์บอนไดออกไซด์ คุณคิดว่าคุณมีอะไร แต่คนเริ่มหันมาสนใจไฮบริด คือไฟฟ้า ผสมเครื่องยนต์ แล้วอินโนเวชั่น กุร๊ป จะทำอะไร ในเมื่อมีอยู่เฉพาะยาง ถ้าเกิดมีรถไฟฟ้า องค์กรเราต้องไปอีกขั้น เมื่อเปิดกระโปรงรถออกมาต้องเป็นยางทั้งหมด แต่ถ้าไม่มีเครื่องยนต์ เจอระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้า สายไฟ เป็นสายไฟกับพลาสติค แต่เป็นพลาสติกผสมระหว่างยางลูกผสม มีเครื่องยนต์ไฮบริดลูกผสมระหว่างไฟฟ้ากับเบนเซิน


ดังนั้น พลาสติกอนาคต คือ ลูกผสมและยาง เราเรียก ไฮบริด เราต้องการคุณสมบัติของยาง แต่บางทีแข็งไป เราต้องการสินค้าที่มีคุณสมบัติของยาง แต่ให้ได้ขึ้นรูปแบบพลาสติก ยางคุณไม่สามารถรีไซเคิล พลาสติกรีไซเคิลได้ พลาสติกตัวใหม่กับยางผสม คุณต้องรีไซเคิลได้ คุณภาพผสมของความเป็นยางได้ ขึ้นรูปแบบพลาสติกง่าย รีไซเคิลได้


“ผมลงมือวิจัยมา 4 ปีแล้ว และมีโรงงานคอมปาวด์ยาง และคอมปาวด์พลาสติก เรากำลังทำวิจัยลูกผสม นั่นคือสิ่งที่เราต้องทำ”ดร.บัญชากล่าว

การดำเนินงานในอนาคต
สำหรับการดำเนินงานในอนาคต ผู้บริหารอินโนเวชั่น กุร๊ป มองว่า อุตสาหกรรมหลายอย่างดีต่อประเทศไทย เช่น อุตสาหกรรมรองเท้า ผมมองว่าอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง และทำให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมาย  ครบวงจร ซึ่งซัพพลายเชนใหญ่มาก และเมืองไทยปัจจุบันเรามีความพร้อมที่สุดในการผลิตยานยนต์ เราจะมีการเติบโต เมื่อเรามีการทำพลาสติกตัวใหม่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยายนต์โดยเฉพาะ เรามีพาร์ทเนอร์ เช่น อินโดนีเซีย ซึ่งมีการทาบทามให้เราไปผลิตยางคอมปาวด์เพื่อรองรับการผลิตชิ้นส่วนยายนต์ ที่จะเกิดขึ้น แต่เราต้องหันมาคิด และวิเคราะห์ให้ดี แต่ที่แน่ ๆ โรงงานใหม่ 2 โรงงานต้องเกิดขึ้นแน่นอน ตอนนี้เราผลิต 80,000 ตันต่อปี ถ้าขยายอีก จะเพิ่มเป็น 100,000 ตันต่อปี


เราต้องมองเทรนด์อุตสาหกรรมให้แตกต่างจากภาพที่เราเห็น แต่เราจะลงทุนตลอดเวลาคือ การวิจัย ซึ่งผลวิจัยจะทำให้เราคงอยู่และเติบโตต่อไป


“เราต้องนำอนาคตมาวิจัย สิ่งที่ลูกค้าต้องการ เราต้องสร้างสิ่งที่คนอื่นไม่มี อย่างคู่แข่งเรา จีน มาเลเซีย อินเดีย มีความรู้เรื่องยางซึ่งรวมประเทศไทยเป็น 4 ประเทศที่ลูกค้าจะต้องตรวจสอบ และเขาเลือกเรา เราจึงต้องการลูกค้าที่จะบอกถึงการเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีของอินโนเวชั่น และช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ สิ่งนี้เราโตคนเดียวไม่ได้ ต้องโตพร้อมกัน แต่ Rubber ตอนนี้ Innovation Group ใหญ่ที่สุดแล้ว เพราะเราเป็นพลาสติกตัวใหม่ โรงงานสองโรงงานที่กล่าวไปแล้วก็เป็นโรงงานพลาสติกแนวใหม่”ดร.บัญชากล่าว ทิ้งท้าย



Last Updated on Wednesday, 29 August 2018 13:08

Our Partner