You are here:  

โซล่าฟาร์มไทย "SPCG"

Monday, 27 August 2012 12:16
Print PDF

 


พลังงานสีเขียว เพื่อคนไทย

เรื่อง/ภาพ เอกสิทธ์ ใจงาม

SPCG มั่นใจธุรกิจสีเขียว พร้อมเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบททั้ง 34 โครงการให้กับ กฟภ.ภายในสิ้นปี
2556 ได้อย่างแน่นอน หลังจากเปิดตัวโซลาร์ เพาเวอร์ (เลย1) ที่อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย อย่างเป็นทางการ ตามด้วยโซล่าฟาร์ม จังหวัดสกลนคร และล่าสุดเตรียวเปิดอีก โซล่าฟาร์ม ขอนแก่น ขนาด 7.46 เมกะวัตต์ อีก ตั้งเป้าปี 2556 จะสร้างแล้วเสร็จทั้งระบบ 34 โครงการ เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำในการพัฒนาโครงการโซล่าฟาร์มในกลุ่มประเทศอาเซียน


นางสาววันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โซล่า เพาเวอร์ (เลย1) นี้ ใช้งบประมาณลงทุนประมาณ 630 ล้านบาท บนเนื้อที่ 100 ไร่ เริ่มเชื่อมโยงจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แล้วเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ในกำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 7 เมกะวัตต์ รองรับการใช้ไฟฟ้าของบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ได้ประมาณ 2 หมื่นหลังคาเรือนต่อปี เป็นโครงการโซล่าฟาร์มแห่งที่ 5 ใน 34 โครงการของบริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)  ที่เป็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (Power Purchase Agreement : PPA) รวมกำลังการผลิตกว่า 240 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการโซล่าฟาร์มทั้งหมดเป็นโครงการที่ใช้พลังงานทดแทน (แสงอาทิตย์) ไม่มีมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีการใช้เชื้อเพลิง สำคัญที่สุดคือ เป็นการลงทุนครั้งเดียว หลังจากนั้น เพียงดูแลบำรุงรักษาระบบเท่านั้น

 

ด้านนายณรงค์ศักดิ์ กำมเลส ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวในฐานะที่เป็นประธานพิธีเปิดงานโซล่า เพาเวอร์ (เลย1) ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า เกี่ยวกับการใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะพลังงานจากแสงอาทิตย์นั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนโดยเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) ที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนทุกชนิด ซึ่งเป็นการสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ช่วยลดปัญหาโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ รวมถึงลดการพึ่งพาแหล่งเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ โดยที่สำหรับประเทศไทยแล้วพลังงานแสงอาทิตย์ ถือว่าเป็นพลังงานที่มีศักยภาพสูง มีความเหมาะสมในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งโครงการของบริษัทโซล่าเพาเวอร์ จำกัด โดยการบริหารงานของบริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ถือเป็นเอกชนรายแรก ๆ ที่บุกเบิกการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าเพื่อเชิงพาณิชย์ และมั่นใจว่า โครงการโซล่าฟาร์ม (ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์) จะเป็นโครงการที่สร้างส่วนสำคัญในการผลักดันส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการ”

 

 


7 ปีคุ้มทุน

“โครงการโซล่าฟาร์มใช้เงินลงทุนในครั้งแรกสูง ซึ่งทั้งหมดจะเกี่ยวกับการจัดซื้ออุปกรณ์ คิดเป็นเงินลงทุนสูงถึง 70% ของโครงการ ส่วนอีก 25% เป็นการปรับภูมิทัศน์ สภาพแวดล้อม ก่อสร้างอาคาร ถนน และอีก 5% เป็นค่าที่ดิน โดยอุปกรณ์แผงโซล่าเซลล์ที่ใช้เป็นของเคียวเซร่า ญี่ปุ่น มีอายุการใช้งานนานถึง 40-50 ปี ส่วนอุปกรณ์อินเวอเตอร์ (Inverter) ใช้ของเยอรมนี อายุการใช้งาน 25 ปี ซึ่งคาดว่าโครงการนี้จะถึงจุดคุ้มทุนในระยะเวลา 7 ปี” คุณวันดี กล่าว
ส่วนปัญหา อุปสรรคในเรื่องของฤดูกาลนั้น คุณวันดี กล่าวว่า ช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวอาจมีแสงน้อยกว่าฤดูร้อน แต่โดยรวมเราจะดูค่าเฉลี่ยทั้งปี สำหรับปัญหาเรื่องน้ำท่วม เราตัดไปได้เลย เนื่องจากทำเลที่ตั้งของโครงการเราคำนึงถึงความสูงก่อนเป็นอันดับแรก โดยพื้นที่สูงตรงนั้น ต้องมีความเสี่ยงเรื่องน้ำท่วมน้อย สำคัญที่สุดคือ สภาพอากาศต้องมีแสงอาทิตย์ตลอดทั้งปี บริษัทจึงได้ทำการสำรวจเลือกสถานที่ตั้งทั้ง 34 โครงการในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งคาดว่าบริษัทจะก่อสร้างโครงการโซลาร์ฟาร์มเสร็จทั้ง 34 โครงการช่วงกลางปี 2556 มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมประมาณ 240 เมกะวัตต์


สามารถติดตามอ่านเนื้อหาต่อเนื่องได้ที่ นิตยยสาร Thailand Industrial Today ฉบับที่ 47

Our Partner