You are here:  

“เลย”มาขึ้น “เชียงคาน”

Thursday, 21 June 2012 14:22
Print PDF

เรื่อง/ภาพ อารินทร์  ปันทะวงศ์
“เชียงคาน” อำเภอเล็ก ๆ ฝังตัวอยู่ท่ามกลางไอหมอกของความหนาวเย็น ในจังหวัดเลย ขนานไปกับแม่น้ำโขงที่ไหลคดเคี้ยวผ่านเทือกเขาน้อยใหญ่จนได้รับฉายา “แม่น้ำดานูบตะวันออก”เส้นแบ่งระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาว

ครั้งอดีตนั้น..เชียงคานเป็นเพียงเมืองสงบ เงียบเหงา ประชาชนประกอบอาชีพประมงตามชายฝั่ง ปลูกผักขาย แลกเปลี่ยนสินค้าตามแบบวัฒนธรรมเก่าแก่ แต่เมื่อสองปีที่ผ่านมาวิถีชาวบ้านก็เปลี่ยนไปเมื่อมีผู้คนเริ่มปากต่อปากถึงความน่าอยู่ และหลั่งไหลเข้าพัก จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอีกแห่งที่ผู้อ่านไม่ควรพลาด....

แหล่งท่องเที่ยวหลักใหญ่จะเป็นชุมชนชาวเชียงคาน ที่มีบ้านเก่าแก่กว่าสองร้อยปีให้ชม และวัฒนธรรมชายฝั่งแม่น้ำโขง ไมว่าจะเป็นบ้านเรือนอันเก่าแก่ ร้านค้าในบ้านที่มีสินค้าหลากหลาย ทั้งสินค้าทำมือ และสินค้าจากอุตสาหกรรมในครัวเรือนนำมาขาย วางเรียงรายตามสองข้างทาง ในเส้นบ้านเรือนเลาะตามชายฝั่งโขง

อีกสิ่งหนึ่งที่ผลักดันให้ทุกคนจดจำได้เป็นอย่างดีคือ “การตักบาตรข้าวเหนียว” ซึ่งที่พักแต่ละแห่งในเชียงคานต่างภูมิใจนำเสนอ เปรียบเป็นกลยุทธ์ให้นักท่องเที่ยวตื่นมารับกับอากาศยามเช้า สูดอากาศให้เต็มปอด และเตรียมตัวทำบุญตั้งแต่เช้า

อากาศที่เชียงคานก็ถือเป็นจุดน่าสนใจ ด้วยภูมิทัศน์ที่มีแม่น้ำสายใหญ่อิงแอบ ทำให้อากาศตอนเช้า นอกจากความหนาวเหน็บแล้ว ยังมีหมอกหนาทืบสุดบรรยายให้สัมผัส คละเคล้ากับสายลมและสายน้ำ พัดพาเรือแล่นบนผืนน้ำไหลเอื่อย ๆ

มองสายน้ำสุดสายตาก็ยังไม่พบจุดสิ้นสุดของลำน้ำโขง เห็นเพียงชาวประมงที่แล่นเรือหาปลาตามวิถีธรรมชาติ และวิธีการเอาตัวรอดเพื่อการปรับสภาพของมนุษย์

นอกจากถิ่นธรรมชาติที่เชียงคานแล้ว บริเวณโดยรอบอ.เชียงคานก็มีสถานที่น่าเที่ยวอีกหลายแห่ง อาทิ

ยินยลธรรมชาติช่วงเช้า ท้าทายลมหนาวที่  “ภูทอก” จุดชมวิวทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยวเชียงคาน มีลักษณะเป็นภูเขาสูง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง บนยอดภูเป็นที่ตั้งของสถานีโทรคมนาคมเชียงคาน และเป็นจุดชมวิวทิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ของอำเภอเชียงคาน และลำน้ำโขงได้โดยรอบ  ตั้งอยู่บนถนนสายเดียวกันกับแก่งคุดคู้ซึ่งห่างจาก ตัวอำเภอ เชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร

ใครที่ได้แวะมาเที่ยวเชียงคาน ไม่ควรพลาดการไปชมทะเลหมอกในยามเช้าที่นี่  นอกจากนี้ภูทอกจุดชมวิว ชมความงามของแม่น้ำโขง เมืองสานะคาม และแก่งคุดคู้ได้อย่างชัดเจน ส่วนทะเล หมอกนั้นจะเจอมากน้อยหรืออาจจะไม่เจอเลย ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน

การเดินทางไปชมทะเลหมอกภูทอก  สามารถขับรถขึ้นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะ รถเก๋ง  จากตลาดเชียงคานใช้ทางหลวงหมายเลข 211 ไปทาง อ.ปากชม เมื่อผ่านทางแยกเข้าแก่งคุดคู้ไปไม่ไกล จะพบทางแยกขวามือ ปากทางมีป้ายสถานีโทรคมนาคม เชียงคาน สู่เส้นทางขึ้นยอดภูทอก

หากไม่ทราบเส้นทางที่แน่ชัด ก็ สามารถสอบถามคนเชียงคานได้เลย แต่หาก มาในช่วงฤดูการท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะให้นักท่องเที่ยว จอดรถไว้ที่ปากทางขึ้นภูทอก และให้ใช้บริการรถ สาธารณะ ที่ทางอำเภอเชียงคานได้จัดไว้ ค่าโดยสารประมาณคนละ 60 บาท  สำหรับใครไม่มีรถส่วนตัวสามารถ ติดต่อเช่ารถขึ้นภูทอกจากที่พักได้เลย

นอกจากภูทอก จุดชมวิวสวยงามบนยอดเขาแล้ว ยังมี “แก่งคุดคู้” เกาะแก่งหินใหญ่ขวางลำน้ำโขง มีก้อนหินใหญ่ ๆ จำนวนมากมาย ความพิเศษ คือ หินแต่ละก้อนผ่านกาลและสายน้ำกัดเซาะมานาน จนไม่มีเหลี่ยมเลย ก้อนหินแต่ละก้อนจะมีความยาวเรียวตามธรรมชาติ วางเรียงรายทับซ้อน สีสันแปลกตาหลากหลาย

ตัวแก่งกว้างใหญ่เกือบจรดสองฝั่งแม่น้ำโขงมีกระแสน้ำไหลผ่านไปเพียงช่องแคบ ๆ ใกล้ฝั่งไทยเท่านั้นเอง เวลาที่ เหมาะจะชมแก่งคุดคู้ที่สุดคือ เดือนกุมภาพันธ์ -พฤษภาคมเป็นเวลาที่น้ำแห้ง มองเห็นเกาะแก่งชัดเจน และตลอดเส้นทางไปแก่งคุดคู้ จะมีของฝากขึ้นชื่อนั่นก็คือ มะพร้าวแก้ว ของชาวบ้านรับรองอร่อยไม่แพ้เจ้าใด ๆ และขนมจีนแห้ง เมื่อนำมาต้มตามสูตรที่ระบุไว้ในถุง จะได้เส้นเหนียวนุ่ม ขนาดเส้นเล็กน่ารับประเทานเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีกุ้งแม่น้ำเสียบไม้ ขายไม้ละ 15-20 บาท ถือกินระหว่างชมธรรมชาติที่แก่งคุดคู้ก็ดูดีได้ไม่อายใคร...
.
อีกแห่งที่คนไปต้องไม่พลาดคือ “วัดพระพุทธภูควายเงิน” ปากทางเข้าจะมีรูปปั้นควายตั้งตระหง่าน ต้อนรับผู้มาเยือน ไฮไลท์สำคัญ คือ รอยพระพุทธบาทที่ตั้งอยู่บนหินลับมีด ผู้มาเยือนซึ่งเป็นชาวพุทธมักจะเข้ามาสักการะเสมอ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปนั้น ก็ไม่ควรพลาดเช่นเดียวกัน ทั้งบรรยากาศอันสวยงาม วัดที่ตั้งอยู่บนเขา กระต่ายป่ามีชีวิตน้อยใหญ่ที่ทางวัดเก็บขึ้นมาเลี้ยงภายในวัดด้วยกลัวจะถูกรถชน ทำให้ปัจจุบันมีกระต่ายหลากลหายสายพันธุ์อาศัยอยู่ในวัดจำนวนนับร้อยตัว

เมื่อท่องเที่ยวจนเหนื่อยแล้วกลับมาถึงที่พักสองฝั่งโขง ของเชียงคาน อาบน้ำประแป้ง เตรียมย่ำราตรีกันอีกครั้ง อาจจะสะดวกเดิน หรือปั่นจักรยานแล้วแต่เนื่องจากที่พักแต่ละแห่งจะมีจักรยานไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว ซึ่งที่เชียงคานจะมีตลาดปาย 1 และตลาด ปาย 2 (ที่ชาวบ้านเรียกกัน) มีสินค้าวางเรียงรายขายเต็มสองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นหมวก เสื้อผ้า กางเกง ผ้าพันคอ หลากหลายแบบ สลับกับของกินอร่อย ๆ แวะหาของฝากกันได้ไม่ซ้ำแบบ หรืออยากเปลี่ยนจากของฝากเป็นโปสการ์ด ที่ตลาดยามค่ำคืนแห่งนี้ก็มีให้เลือกหลายแบบ หลากหลายภาพถ่าย พร้อมบริการจัดส่งให้ฟรี ไม่ต้องเดินหาไปรษณีย์ให้เมื่อยขา

“ขนมปังสังขยาคุณแม่” ก็เป็นอีกร้านที่เปิดกลางคืน มีขนมปังร้อน ๆ หอมกรุ่นอุ่นจากเตา ๆ เสิร์ฟพร้อมกาแฟ โกโก้ โอวัลติน ชานม ร้อนหรือเย็นแล้วแต่ความชอบของผู้สั่ง

เมื่ออิ่มท้องกันแล้วก็สามารเดินชมสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง เพราะร้านจะอยู่ติดกันเป็นทางยาว ถือเป็นสวรรค์ของนักช้อปอีกแห่งหนึ่ง ทั้งราคา และคุณภาพของสินค้า วัดได้ตามฝีมือของชาวบ้านอย่างแท้จริง.....

เมื่ออิ่มตา อิ่มใจ อิ่มท้อง ก็กลับเข้าที่พัก นอนกอดผ้าห่มโอบอากาศหนาว  เตรียมตัวเที่ยวต่อในเช้าอีกวันด้วยมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าท้าย รอให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัสอีกมากมาย
แต่สำหรับนักท่องเที่ยวคณะนี้ เราปิดท้ายด้วยการไปล่องแก่งกะทิง ชมธรรมชาติ พร้อมทานอาหารกลางแก่งท่ามกลางวงล้อมของขุนเขาแบบสบาย ๆ
....พบกันในทริปต่อไปค่ะ....
Last Updated on Thursday, 25 October 2012 17:29

Our Partner